ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือที่คนไทยเรียกว่าโรคลมร้อนหรือโรคลมแดด คือภาวะที่ร่างกายระบายความร้อนไม่ทันจนอุณหภูมิกายสูงมาก มักเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำให้สมองและอวัยวะสำคัญทำงานผิดปกติ จุดสังเกตสำคัญคือตัวร้อนจัด ผิวแดงร้อน สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีอัตราเสียชีวิตสูง ถ้าสงสัยให้โทร 1669 ทันที แล้วรีบลดความร้อนให้ผู้ป่วยระหว่างรอ
ฮีทสโตรกคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ฮีทสโตรกเกิดเมื่อร่างกายร้อนเกินกว่าที่กลไกระบายความร้อนจะรับไหว ปกติร่างกายคลายความร้อนด้วยการขับเหงื่อและขยายหลอดเลือดที่ผิว แต่เมื่ออากาศร้อนจัด ชื้น หรือออกแรงหนักนาน ๆ กลไกนี้จะล้มเหลว อุณหภูมิกายจึงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ฮีทสโตรกเป็นปลายทางที่รุนแรงที่สุดของกลุ่มโรคจากความร้อน ก่อนหน้านั้นมักมีภาวะที่เบากว่าคือ เพลียแดด (Heat exhaustion) ซึ่งร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากจากเหงื่อ ถ้าเพลียแดดแล้วยังอยู่ในที่ร้อนต่อหรือไม่ได้รับการดูแล อาการอาจลุกลามเป็นฮีทสโตรกได้
อาการฮีทสโตรกมีอะไรบ้าง?
อาการเด่นของฮีทสโตรกคือตัวร้อนจัด ร่วมกับอาการทางสมอง เช่น สับสน มึนงง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ ผิวหนังมักร้อนและแดง บางคนไม่มีเหงื่อเลย แต่บางคนอาจยังมีเหงื่ออยู่ จึงไม่ควรใช้เรื่องเหงื่ออย่างเดียวตัดสิน
- อุณหภูมิกายสูงมาก มักเกิน 40 องศาเซลเซียส
- ผิวร้อน แดง แห้ง หรืออาจชื้นเล็กน้อย
- สับสน กระสับกระส่าย พูดไม่ชัด เดินเซ
- ปวดศีรษะแบบตุบ ๆ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- หัวใจเต้นเร็วและแรง หายใจเร็วและตื้น
- ชัก หรือหมดสติ
กรมควบคุมโรคระบุอาการที่พบได้บ่อย คืออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีเหงื่อ ร่วมกับกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว และอาเจียน
ฮีทสโตรกกับเพลียแดดต่างกันอย่างไร?
ความต่างที่สำคัญที่สุดคือสติและความรุนแรง คนที่เพลียแดดยังรู้สึกตัวดี เหงื่อออกมาก ตัวเย็นชื้น และมักดีขึ้นภายในราว 30 นาทีหลังได้พักในที่เย็น ส่วนฮีทสโตรกมีอาการทางสมองร่วมด้วยและเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องเรียกรถพยาบาลทันที
| ลักษณะ | เพลียแดด (Heat exhaustion) | ฮีทสโตรก (Heatstroke) |
|---|---|---|
| ความรุนแรง | ปานกลาง ดูแลเบื้องต้นได้ | รุนแรง เป็นภาวะฉุกเฉิน |
| ผิวหนัง | เย็น ซีด ชื้น เหงื่อออกมาก | ร้อน แดง แห้งหรือชื้นเล็กน้อย |
| ชีพจร | เร็วแต่เบา | เร็วและแรง |
| สติ | รู้สึกตัวดี อาจอ่อนเพลีย เวียนหัว | สับสน พูดไม่ชัด ชัก หรือหมดสติ |
| การดื่มน้ำ | จิบน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ | ห้ามให้น้ำถ้าสับสนหรือไม่รู้สึกตัว |
| สิ่งที่ต้องทำ | พักในที่เย็น ดื่มน้ำ ลดความร้อน ถ้าไม่ดีขึ้นใน 30 นาทีให้ไปพบแพทย์ | โทร 1669 ทันที และลดความร้อนระหว่างรอ |
ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นแบบไหน ให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นฮีทสโตรกและโทรขอความช่วยเหลือ เพราะการรอดูอาการนานเกินไปอาจทำให้อวัยวะเสียหายถาวร
ปฐมพยาบาลผู้ป่วยฮีทสโตรกอย่างไร?
หลักสำคัญคือโทรเรียกรถพยาบาลก่อน แล้วรีบลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุดระหว่างรอ ในประเทศไทยโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งลดความร้อนได้เร็ว โอกาสรอดและฟื้นตัวก็ยิ่งสูง
- โทร 1669: แจ้งอาการ สถานที่ และเบอร์ติดต่อให้ชัดเจน ถ้ามีคนอยู่ด้วยหลายคน ให้คนหนึ่งโทร อีกคนเริ่มปฐมพยาบาล
- ย้ายเข้าที่ร่มหรือที่เย็น: พาไปในที่ร่ม อากาศถ่ายเท หรือห้องปรับอากาศ
- คลายเสื้อผ้า: ถอดเสื้อผ้าที่หนาหรือรัดออก เพื่อให้ความร้อนระบายได้ดีขึ้น
- ลดความร้อนทันที: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวหรือประคบที่หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ พรมน้ำให้ทั่วตัวแล้วเปิดพัดลมช่วย หรือใช้ถุงน้ำแข็งห่อผ้าวางตามจุดเหล่านี้
- จัดท่า: ถ้ายังรู้สึกตัว ให้นอนราบและยกเท้าสูงเล็กน้อย ถ้าหมดสติแต่ยังหายใจ ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำ (ท่าพักฟื้น) เพื่อไม่ให้สำลัก
- ระวังเรื่องน้ำดื่ม: ให้จิบน้ำเย็นได้เฉพาะเมื่อรู้สึกตัวดีและกลืนได้เอง ห้ามป้อนน้ำคนที่สับสน ชัก หรือหมดสติ
- เฝ้าดูจนรถพยาบาลมาถึง: สังเกตการหายใจตลอด ถ้าหยุดหายใจและผู้ช่วยทำ CPR เป็น ให้เริ่มทำทันที
สิ่งที่ไม่ควรทำคือให้ยาลดไข้อย่างพาราเซตามอล เพราะความร้อนในฮีทสโตรกไม่ได้เกิดจากไข้ ยาจึงไม่ช่วยลดอุณหภูมิ และไม่ควรให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
ใครเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกมากที่สุด?
ทุกคนเป็นฮีทสโตรกได้ แม้แต่คนหนุ่มสาวที่แข็งแรง แต่บางกลุ่มเสี่ยงสูงกว่าเพราะร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี หรือต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน กรมควบคุมโรคระบุกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่มดังนี้
- ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแดด เช่น คนงานก่อสร้าง
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน
- ผู้ที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
WHO เตือนเพิ่มว่าเด็กเล็กร้อนเกินได้เร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกทิ้งไว้ในรถที่จอดอยู่ จึงไม่ควรทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถแม้เพียงช่วงสั้น ๆ
ป้องกันฮีทสโตรกในวันที่อากาศร้อนจัดได้อย่างไร?
วิธีป้องกันที่ได้ผลคือหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักกลางแดดช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน ดื่มน้ำสม่ำเสมอ และหาที่เย็นพักเป็นระยะ ถ้าจำเป็นต้องทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ค่อย ๆ ปรับตัวและพักบ่อยขึ้น
- ดื่มน้ำเป็นระยะโดยไม่ต้องรอให้กระหาย และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากในช่วงที่แดดแรงที่สุด และเลือกทำช่วงเช้าหรือเย็นแทน
- สวมเสื้อผ้าสีอ่อน หลวม ระบายอากาศดี และใส่หมวกหรือกางร่ม
- ถ้าที่บ้านร้อนมาก ให้อาบน้ำเย็นหรือไปพักในที่มีเครื่องปรับอากาศสักระยะ
- คอยดูแลผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนที่อยู่คนเดียวในช่วงคลื่นความร้อน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮีทสโตรก
ฮีทสโตรก โรคลมร้อน และโรคลมแดด เป็นโรคเดียวกันไหม?
เป็นภาวะเดียวกัน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Heatstroke ส่วนภาษาไทยใช้ทั้งคำว่าโรคลมร้อนและโรคลมแดด หมายถึงภาวะที่ร่างกายร้อนจัดจนระบบต่าง ๆ ทำงานผิดปกติ
ไม่ได้อยู่กลางแดดเป็นฮีทสโตรกได้ไหม?
เป็นได้ เพราะสาเหตุคือความร้อนสะสมในร่างกาย ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง เช่น อยู่ในห้องหรือรถที่ร้อนอบอ้าว อากาศชื้นมาก หรือออกกำลังกายหนักในที่ร้อน
กินยาลดไข้ช่วยลดตัวร้อนจากฮีทสโตรกได้ไหม?
ไม่ช่วย ยาลดไข้ใช้กับไข้ที่เกิดจากการติดเชื้อ แต่ฮีทสโตรกเกิดจากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน วิธีที่ได้ผลคือลดความร้อนจากภายนอกด้วยน้ำเย็นและพัดลม แล้วรีบส่งโรงพยาบาล
เพลียแดดต้องไปหาหมอไหม?
ถ้าพักในที่เย็นและดื่มน้ำแล้วดีขึ้นภายในราว 30 นาที มักดูแลเองได้ แต่ถ้าไม่ดีขึ้น อาเจียน อาการแย่ลง หรือเริ่มสับสน ควรไปพบแพทย์หรือโทร 1669
บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ และในกรณีฉุกเฉินให้โทร 1669 ทันที
แหล่งอ้างอิง: WHO – Excessive heat, NHS 111 Wales – Heat exhaustion and heatstroke, US National Weather Service – Heat Illness, กรมควบคุมโรค – โรคลมร้อน (ฮีทสโตรก), Manitoba Health – Heat Illness Factsheet
ภาพหน้าปกโดย Immo Wegmann จาก Unsplash

