Posted in

มาราธอนวิ่งกี่กิโล? ระยะมินิ ฮาล์ฟ ฟูล และต้องซ้อมนานแค่ไหน

นักวิ่งจำนวนมากวิ่งบนถนนในงานวิ่งมาราธอน
ภาพโดย Mārtiņš Zemlickis จาก Unsplash

ฟูลมาราธอน (Full Marathon) มีระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) มีระยะครึ่งหนึ่งพอดี คือ 21.0975 กิโลเมตร ตามมาตรฐานของสหพันธ์กรีฑานานาชาติ (World Athletics) ส่วน “มินิมาราธอน” ในงานวิ่งไทยมักหมายถึงระยะราว 10 กิโลเมตร แต่ไม่ใช่ระยะมาตรฐาน มือใหม่ที่เริ่มจากศูนย์ควรค่อย ๆ ไล่ระยะ เช่น ซ้อมให้วิ่ง 5 กิโลเมตรได้ภายในราว 9 สัปดาห์ ซ้อมฮาล์ฟมาราธอนอีกประมาณ 12–16 สัปดาห์ และซ้อมฟูลมาราธอนอีกประมาณ 12–20 สัปดาห์ เมื่อมีพื้นฐานการวิ่งแล้ว

มินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอน ระยะทางเท่าไหร่?

ระยะที่เป็นมาตรฐานสากลมีแค่ฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร และฮาล์ฟมาราธอน 21.0975 กิโลเมตร ส่วนชื่ออื่นอย่างมินิมาราธอนหรือฟันรัน (Fun Run) เป็นชื่อเรียกที่ผู้จัดงานใช้กันเอง ระยะจึงต่างกันได้ในแต่ละงาน ควรดูระยะจริงที่ผู้จัดประกาศทุกครั้ง

ประเภทการวิ่งระยะทางหมายเหตุ
ฟันรัน (Fun Run)ประมาณ 3–5 กม.ไม่ใช่ระยะมาตรฐาน ขึ้นกับผู้จัด เหมาะกับมือใหม่และครอบครัว
5K5 กม.ระยะเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับคนที่เพิ่งหัดวิ่ง
มินิมาราธอน (Mini Marathon)มักราว 10 กม.ไม่ใช่ระยะมาตรฐาน บางงานอาจสั้นหรือยาวกว่านี้
10K10 กม.ระยะถนนที่นิยมแข่งกันทั่วโลก
ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon)21.0975 กม.ระยะมาตรฐาน ครึ่งหนึ่งของมาราธอนพอดี
ฟูลมาราธอน (Full Marathon)42.195 กม.ระยะมาตรฐานของการวิ่งมาราธอน

ระยะที่ยาวกว่าฟูลมาราธอน เช่น 50 หรือ 100 กิโลเมตร เรียกรวมกันว่าอัลตรามาราธอน (Ultramarathon) และมักต้องมีประสบการณ์วิ่งระยะไกลมาก่อนหลายปี

มือใหม่ที่ไม่เคยวิ่งเลย ควรเริ่มซ้อมอย่างไร?

คนที่ไม่เคยวิ่งควรเริ่มจากเป้าหมาย 5 กิโลเมตรก่อน โดยสลับวิ่งกับเดินแล้วค่อย ๆ เพิ่มช่วงวิ่งให้ยาวขึ้น ตัวอย่างที่ได้รับความนิยมคือโปรแกรม Couch to 5K ของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ซึ่งใช้เวลา 9 สัปดาห์ ซ้อมสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และมีวันพักคั่นระหว่างวันวิ่ง

  1. เช็กสุขภาพก่อนเริ่ม: ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือไม่ได้ออกกำลังกายมานาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  2. เริ่มจากวิ่งสลับเดิน: เช่น วิ่งเบา ๆ 1 นาที สลับเดิน 1–2 นาที ทำซ้ำจนครบราว 20–30 นาที
  3. ซ้อมสัปดาห์ละ 3 ครั้ง: เว้นวันพักระหว่างวันวิ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อได้ฟื้นตัว
  4. ค่อย ๆ เพิ่มช่วงวิ่ง: ทุกสัปดาห์ให้ช่วงวิ่งยาวขึ้นและช่วงเดินสั้นลง จนวิ่งต่อเนื่องได้ราว 30 นาทีหรือ 5 กิโลเมตร
  5. วิ่งในความเร็วที่ยังพูดคุยได้: ช่วงแรกไม่ต้องสนใจความเร็ว ให้เน้นวิ่งได้ต่อเนื่องและไม่เจ็บ

เมื่อวิ่ง 5 กิโลเมตรได้สบายแล้ว จึงค่อยขยับเป้าหมายไปที่ 10 กิโลเมตรหรือมินิมาราธอน โดยเพิ่มระยะวิ่งยาวในแต่ละสัปดาห์ทีละน้อย

ซ้อมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

โปรแกรมซ้อมฮาล์ฟมาราธอนสำหรับมือใหม่มักใช้เวลาประมาณ 12 สัปดาห์ สำหรับคนที่วิ่ง 5 และ 10 กิโลเมตรได้แล้ว ถ้ายังวิ่ง 10 กิโลเมตรไม่ได้ ควรเผื่อเวลาเป็นราว 16 สัปดาห์ หัวใจของการซ้อมคือการวิ่งยาวสัปดาห์ละครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะขึ้น

ตัวอย่างโครงสร้างการซ้อมในหนึ่งสัปดาห์ที่พบบ่อย มีดังนี้

  • วิ่งสบาย ๆ 1–2 วัน: วิ่งช้าในระดับที่ยังพูดคุยได้
  • วิ่งเร็วเป็นช่วง (interval) 1 วัน: สลับวิ่งเร็วกับวิ่งช้า หรือเปลี่ยนเป็นวิ่งสบาย ๆ ถ้ายังใหม่มาก
  • วิ่งยาว (long run) 1 วัน: วิ่งช้าแต่ระยะยาวที่สุดของสัปดาห์ แล้วเพิ่มระยะทีละน้อย
  • เวทเทรนนิ่งและยืดเหยียด 1 วัน: เสริมกล้ามเนื้อขา สะโพก และแกนกลางลำตัว
  • วันพัก 2 วัน: สำคัญพอ ๆ กับวันซ้อม

ช่วงท้ายของโปรแกรมควรลดระยะวิ่งลงก่อนวันแข่ง เพื่อให้ร่างกายสดพร้อมในวันจริง

ซ้อมวิ่งฟูลมาราธอนต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

โปรแกรมซ้อมฟูลมาราธอนส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 12–20 สัปดาห์ ขึ้นกับพื้นฐานความฟิตและเป้าหมาย ตัวเลขนี้นับจากตอนที่มีพื้นฐานการวิ่งสม่ำเสมออยู่แล้ว ถ้าเริ่มจากศูนย์ ควรผ่านระยะ 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และฮาล์ฟมาราธอนมาก่อน ซึ่งรวมแล้วมักใช้เวลาหลายเดือนถึงราวหนึ่งปี

  1. สร้างพื้นฐานก่อน: วิ่งให้สม่ำเสมอทุกสัปดาห์ และควรเคยวิ่งฮาล์ฟมาราธอนมาแล้ว
  2. เพิ่มระยะอย่างค่อยเป็นค่อยไป: หลักที่นิยมคือเพิ่มระยะวิ่งรวมต่อสัปดาห์ไม่เกินประมาณ 10% เพื่อลดความเสี่ยงบาดเจ็บ
  3. มีวันวิ่งยาวทุกสัปดาห์: ค่อย ๆ ขยายระยะวิ่งยาวขึ้น และวิ่งด้วยความเร็วที่คุมได้ตลอดทาง
  4. ลดระยะก่อนแข่ง (taper): ราว 2 สัปดาห์ก่อนแข่ง ลดระยะลงประมาณ 25–50% และสัปดาห์สุดท้ายลดลงอีกราวครึ่งหนึ่ง
  5. พักผ่อนให้พอ: นอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน และวอร์มอัพกับคูลดาวน์ครั้งละ 5–10 นาที

สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ (เป็นช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว)

เป้าหมายพื้นฐานก่อนเริ่มระยะเวลาซ้อมโดยประมาณ
5 กม.ไม่เคยวิ่งราว 9 สัปดาห์ (Couch to 5K)
ฮาล์ฟมาราธอนวิ่ง 5 และ 10 กม. ได้แล้วราว 12 สัปดาห์
ฮาล์ฟมาราธอนยังวิ่ง 10 กม. ไม่ได้ราว 16 สัปดาห์
ฟูลมาราธอนวิ่งสม่ำเสมอและมีพื้นฐานระยะไกลราว 12–20 สัปดาห์

ซ้อมวิ่งอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ?

สาเหตุหลักของการบาดเจ็บจากการวิ่งคือการเพิ่มระยะหรือความหนักเร็วเกินไปจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน วิธีป้องกันที่ได้ผลคือค่อย ๆ เพิ่มระยะ มีวันพัก และฟังสัญญาณจากร่างกาย ถ้าเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือตื่นมาแล้วข้อบวม ควรหยุดและให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดตรวจ

  • เลือกรองเท้าวิ่งที่พอดีกับเท้าและลักษณะการวิ่ง
  • วอร์มอัพก่อนวิ่งและยืดเหยียดหลังวิ่ง
  • เสริมด้วยกีฬาแรงกระแทกต่ำ เช่น ปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ แทนการวิ่งบางวันได้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อซ้อมในอากาศร้อนของไทย
  • อย่าเปลี่ยนรองเท้า อาหาร หรือเครื่องดื่มใหม่ในวันแข่งจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระยะวิ่งและการซ้อมมาราธอน

ทำไมมาราธอนต้องเป็น 42.195 กิโลเมตร?

ระยะ 42.195 กิโลเมตรถูกใช้เป็นมาตรฐานของการวิ่งมาราธอนมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และปัจจุบันสนามมาราธอนที่ได้รับการรับรองทั่วโลกต้องวัดระยะให้ตรงตามนี้

มินิมาราธอนกับ 10K เหมือนกันไหม?

หลายงานใช้ระยะใกล้เคียงกัน แต่ “มินิมาราธอน” ไม่ใช่ระยะมาตรฐาน บางงานอาจสั้นหรือยาวกว่า 10 กิโลเมตร จึงควรดูระยะที่ผู้จัดประกาศก่อนสมัคร

มือใหม่ลงฟูลมาราธอนเลยได้ไหม?

ไม่แนะนำ ควรไล่ระยะจาก 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และฮาล์ฟมาราธอนก่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อปรับตัวกับการวิ่งระยะไกล และลดความเสี่ยงบาดเจ็บ

ต้องซ้อมสัปดาห์ละกี่วัน?

มือใหม่เริ่มที่สัปดาห์ละ 3 วันก็เพียงพอ โดยมีวันพักคั่น เมื่อร่างกายพร้อมแล้วจึงค่อยเพิ่มวันซ้อมหรือเสริมด้วยการออกกำลังกายแบบอื่น

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีโรคประจำตัวหรือไม่แน่ใจว่าพร้อมวิ่งระยะไกล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มซ้อม

แหล่งอ้างอิง: World Athletics – Half Marathon, NHS England – NHS Couch to 5K, Nuffield Health – 12-week half-marathon training plan, Cleveland Clinic – How To Train for a Marathon, Mayo Clinic Health System – Running Q&A

ภาพหน้าปกโดย Mārtiņš Zemlickis จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *