Posted in

ออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่นาทีถึงพอ ตามคำแนะนำ WHO

ผู้หญิงวิ่งจ๊อกกิ้งบนทางเดินในสวนสาธารณะที่มีต้นไม้เขียวขจี ตัวอย่างการออกกำลังกายเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายต่อสัปดาห์
ภาพโดย Arlind Photography จาก Unsplash

ผู้ใหญ่อายุ 18–64 ปีควรออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือผสมทั้งสองแบบในปริมาณที่เทียบเท่ากัน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ควรมีการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ ถ้าเริ่มจากศูนย์ การขยับมากขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ขยับเลย

ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาทีมาจากไหน

ตัวเลข 150 นาทีต่อสัปดาห์มาจากแนวทางสากลเรื่องกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งขององค์การอนามัยโลก (WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behaviour) ฉบับปี 2020 ซึ่งสรุปจากงานวิจัยจำนวนมาก ตัวเลขนี้เป็น “ขั้นต่ำ” ที่เริ่มเห็นประโยชน์ต่อสุขภาพชัดเจน ไม่ใช่เพดานสูงสุด

คำว่า “กิจกรรมทางกาย” (physical activity) หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้พลังงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นการเล่นกีฬาหรือเข้ายิมเท่านั้น การเดินเร็วไปทำงาน ปั่นจักรยาน ทำสวน หรือขึ้นบันได ก็นับรวมได้ทั้งหมด WHO ระบุว่าคนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอมีความเสี่ยงต่ำลงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 มะเร็งบางชนิด และยังช่วยเรื่องสุขภาพจิต การนอนหลับ และความจำ

ออกกำลังกายระดับปานกลางกับระดับหนักต่างกันอย่างไร

ระดับปานกลางคือการออกแรงจนหายใจเร็วขึ้นและหัวใจเต้นแรงขึ้น แต่ยังพูดเป็นประโยคได้ ส่วนระดับหนักคือหายใจหอบจนพูดได้เพียงไม่กี่คำก็ต้องหยุดหายใจ วิธีสังเกตง่ายๆ นี้มักเรียกว่า “การทดสอบด้วยการพูด” (talk test)

เนื่องจากระดับหนักใช้พลังงานมากกว่า เวลา 1 นาทีของการออกกำลังกายระดับหนักจึงนับเทียบได้ประมาณ 2 นาทีของระดับปานกลาง ตัวอย่างกิจกรรมแต่ละระดับมีดังนี้

ระดับลักษณะการหายใจตัวอย่างกิจกรรม
ปานกลางหายใจเร็วขึ้น ยังคุยเป็นประโยคได้เดินเร็ว ปั่นจักรยานสบายๆ เต้นแอโรบิกเบาๆ ว่ายน้ำสบายๆ ทำสวน
หนักหอบ พูดได้ทีละไม่กี่คำวิ่งจ๊อกกิ้งหรือวิ่งเร็ว ปั่นจักรยานขึ้นเนิน ว่ายน้ำเร็ว เล่นฟุตบอลหรือแบดมินตันแบบแข่งขัน

แต่ละวัยควรออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่นาที

ปริมาณที่แนะนำแตกต่างกันตามช่วงวัย เด็กและวัยรุ่นต้องการกิจกรรมทางกายมากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุควรเพิ่มการฝึกการทรงตัวเพื่อลดความเสี่ยงการหกล้ม ตารางด้านล่างสรุปคำแนะนำของ WHO ฉบับปี 2020

กลุ่มกิจกรรมแอโรบิกการฝึกเพิ่มเติม
เด็กและวัยรุ่น 5–17 ปีเฉลี่ยวันละ 60 นาทีขึ้นไป ระดับปานกลางถึงหนักกิจกรรมระดับหนักและเสริมกล้ามเนื้อ/กระดูก อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
ผู้ใหญ่ 18–64 ปีปานกลาง 150–300 นาที หรือหนัก 75–150 นาทีต่อสัปดาห์ฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อมัดใหญ่ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปเหมือนผู้ใหญ่ ตามที่ร่างกายทำได้ฝึกความแข็งแรง 2 วัน และฝึกการทรงตัวร่วมกับความแข็งแรง (multicomponent) อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ไม่มีข้อห้ามปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ก่อนเริ่มหรือปรับโปรแกรม

ต้องออกกำลังกายต่อเนื่องครั้งละนานแค่ไหนถึงจะนับ

ตามแนวทางของ WHO ฉบับปี 2020 ไม่มีขั้นต่ำว่าต้องทำต่อเนื่องครั้งละกี่นาที กิจกรรมทุกช่วงสามารถนับรวมเป็นยอดต่อสัปดาห์ได้ ซึ่งต่างจากคำแนะนำเดิมที่เคยกำหนดให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 10 นาที

ในทางปฏิบัติ การแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ หลายช่วงต่อวันจึงใช้ได้ เช่น เดินเร็ว 10 นาทีหลังอาหารสามมื้อ ได้วันละ 30 นาที ทำ 5 วันก็ครบ 150 นาที สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ และกระจายกิจกรรมไว้หลายวันในสัปดาห์แทนการอัดไว้วันเดียว

การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจำเป็นแค่ไหน

จำเป็น เพราะการฝึกแบบแอโรบิกอย่างเดียวไม่ได้ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูกได้เต็มที่ WHO และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ผู้ใหญ่ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้แก่ ขา สะโพก หลัง หน้าท้อง อก ไหล่ และแขน การฝึกไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง ท่าที่ใช้น้ำหนักตัว เช่น สควอต วิดพื้นกับผนัง หรือแพลงก์ ก็ใช้ได้ ควรทำจนกล้ามเนื้อรู้สึกล้าในระดับที่ยังควบคุมท่าทางได้ถูกต้อง

เริ่มออกกำลังกายให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ทำอย่างไร

วิธีที่ได้ผลคือเริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยเพิ่ม ไม่ต้องพยายามทำให้ครบ 150 นาทีตั้งแต่สัปดาห์แรก ร่างกายจะปรับตัวได้ดีกว่าและลดโอกาสบาดเจ็บ ลองทำตามขั้นตอนนี้

  1. สำรวจว่าตอนนี้แต่ละสัปดาห์ขยับร่างกายอยู่ประมาณกี่นาที เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้น
  2. ตั้งเป้าเพิ่มทีละน้อย เช่น เพิ่มสัปดาห์ละ 10–20 นาที จนถึง 150 นาที
  3. เลือกกิจกรรมที่ชอบและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น เดินเร็วตอนเย็น ปั่นจักรยานไปตลาด
  4. แบ่งเวลาเป็นช่วงสั้นๆ ถ้าไม่มีเวลาต่อเนื่องยาวๆ
  5. เพิ่มวันฝึกกล้ามเนื้อ 2 วันต่อสัปดาห์ โดยเว้นวันพักให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว
  6. ลดเวลานั่งนิ่งๆ ลุกขึ้นเดินหรือยืดเส้นทุก 30–60 นาทีระหว่างทำงาน

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ยังคุมไม่ได้ หรือเคยมีอาการเจ็บหน้าอกขณะออกแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย และควรหยุดทันทีหากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือหายใจลำบากผิดปกติ

ออกกำลังกายมากกว่า 300 นาทีต่อสัปดาห์ได้ไหม

ได้ WHO ระบุว่าการทำกิจกรรมเกินกว่า 300 นาทีระดับปานกลางต่อสัปดาห์ยังให้ประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพได้ ขอเพียงร่างกายพักฟื้นเพียงพอและเพิ่มปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สัญญาณว่าอาจหักโหมเกินไป ได้แก่ อ่อนล้าสะสมหลายวัน นอนหลับยาก ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อไม่หาย หรือผลการฝึกแย่ลง หากมีอาการเหล่านี้ควรลดความหนักลงและเพิ่มวันพัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกกำลังกายต่อสัปดาห์

เดินเร็วนับเป็นการออกกำลังกายระดับปานกลางไหม

นับได้ ถ้าเดินเร็วจนหายใจเร็วขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ ถือเป็นระดับปานกลาง

ทำงานบ้านนับเป็นกิจกรรมทางกายไหม

นับได้ งานบ้านที่ออกแรงพอสมควร เช่น ถูพื้น ล้างรถ หรือทำสวน ช่วยเพิ่มยอดกิจกรรมทางกายได้ ถ้าทำจนหายใจแรงขึ้นก็นับเป็นระดับปานกลาง

ออกกำลังกายวันหยุดวันเดียวให้ครบ 150 นาทีได้ไหม

ยังได้ประโยชน์ แต่การกระจายไว้หลายวันในสัปดาห์จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่าและลดความเสี่ยงบาดเจ็บ

ถ้ายังทำไม่ถึง 150 นาทีถือว่าไม่ได้ประโยชน์เลยหรือเปล่า

ไม่ใช่ WHO ย้ำว่ากิจกรรมทางกายเพียงเล็กน้อยก็ดีกว่าไม่ทำเลย ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงเป้าหมาย

บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย

แหล่งอ้างอิง: WHO: Physical activity fact sheet · WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behaviour (2020) · CDC: Adult Activity – An Overview

ภาพหน้าปกโดย Arlind Photography จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *