Posted in

ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย

บ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงรอบตัวบ้าน ก่อนเริ่มทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
ภาพโดย Wes Warren จาก Unsplash

การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมให้ปลอดภัยต้องเริ่มจากความปลอดภัยของคนก่อนความสะอาดของบ้าน คือตัดไฟและตรวจแก๊สก่อนเข้าไป สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือ และหน้ากาก จากนั้นจึงขนของที่เปียกออก ล้างโคลน ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิว แล้วเปิดบ้านให้แห้งเร็วที่สุด เพราะสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) แนะนำให้ทำให้พื้นที่ที่เปียกแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อป้องกันเชื้อรา

ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้ำท่วมต้องเช็กอะไรบ้าง

ก่อนกลับเข้าบ้าน ควรรอให้หน่วยงานในพื้นที่แจ้งว่าปลอดภัย แล้วสำรวจรอบบ้านจากภายนอกก่อนว่ามีโครงสร้างทรุด ผนังร้าว หรือสายไฟขาดหรือไม่ ถ้าได้กลิ่นแก๊สรั่ว ให้ออกห่างทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่ ห้ามเปิดไฟหรือจุดไฟ

  • ไฟฟ้า: ถ้าน้ำยังขังอยู่ใกล้ปลั๊กหรือแผงไฟ ห้ามเดินลุยน้ำเข้าไปสับสวิตช์เอง ให้ติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ (การไฟฟ้านครหลวง 1130 หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129) หรือช่างไฟฟ้า
  • ห้ามยืนในน้ำขณะเปิดปิดไฟหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และอย่าเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยจมน้ำจนกว่าช่างจะตรวจแล้ว
  • สัตว์มีพิษ: งู ตะขาบ และแมงป่องมักหนีน้ำเข้ามาอยู่ในบ้าน ใช้ไม้เขี่ยหรือเคาะก่อนยกของ
  • ถ่ายรูปความเสียหาย ทั้งตัวบ้านและทรัพย์สินก่อนเริ่มทำความสะอาด เพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นขอความช่วยเหลือหรือเคลมประกัน

ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้างก่อนทำความสะอาด

อุปกรณ์ป้องกันตัวสำคัญไม่น้อยกว่าอุปกรณ์ทำความสะอาด เพราะน้ำท่วมและโคลนอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล เชื้อโรค และสารเคมี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) แนะนำให้สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง แว่นครอบตา และหน้ากาก N95 เมื่อต้องทำความสะอาดเชื้อรา

หมวดอุปกรณ์ใช้ทำอะไร
ป้องกันตัวรองเท้าบูทยาง ถุงมือยางหนา แว่นครอบตา หน้ากาก N95กันเชื้อโรค ของมีคม และสปอร์เชื้อรา
ขนย้ายถุงขยะขนาดใหญ่ ถังพลาสติก รถเข็นแยกขยะและขนของเสียหายออก
ล้างไม้กวาด แปรงขัด พลั่ว ที่รีดน้ำ สายยางตักโคลนและขัดล้างพื้นผนัง
ทำความสะอาดน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาฟอกขาวล้างคราบและฆ่าเชื้อ
ทำให้แห้งพัดลม เครื่องลดความชื้น (ถ้ามี)เร่งให้บ้านแห้ง ลดเชื้อรา

ขั้นตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมมีอะไรบ้าง

ให้ทำจากงานหนักไปงานละเอียด คือเอาน้ำและโคลนออกก่อน แล้วขนของเสียหายออก ล้างพื้นผิว ฆ่าเชื้อ และปิดท้ายด้วยการทำให้แห้ง การทำตามลำดับช่วยไม่ให้ต้องล้างซ้ำหลายรอบ

  1. เปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายอากาศและให้แสงเข้า
  2. ระบายน้ำที่ขังออก แล้วตักหรือกวาดโคลนออกขณะที่ยังเปียก เพราะโคลนแห้งแล้วจะขจัดยากกว่า
  3. ขนเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของที่เปียกออกไปไว้นอกบ้าน แยกของที่ล้างได้กับของที่ต้องทิ้ง
  4. ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นพื้นผิวแข็งด้วยน้ำผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ขัดจากบนลงล่าง
  5. ฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งที่โดนน้ำท่วมด้วยน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ แล้วล้างน้ำสะอาดตาม
  6. เปิดพัดลมและระบายอากาศต่อเนื่องจนบ้านแห้งสนิท ก่อนนำของกลับเข้ามา

CDC ระบุว่าการใช้น้ำยาฟอกขาวกับคราบเชื้อรา ควรผสมไม่เกิน 1 ถ้วยตวง (ประมาณ 240 มล.) ต่อน้ำ 1 แกลลอน (ประมาณ 3.8 ลิตร) ใช้ในที่ที่เปิดหน้าต่างประตูระบายอากาศ และห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซพิษ

ของแบบไหนควรทิ้ง ของแบบไหนเก็บไว้ได้

หลักง่าย ๆ คือ ของที่ทำจากวัสดุดูดซับน้ำ (Porous) และล้างหรือทำให้แห้งไม่ได้ภายในเวลาไม่นานควรทิ้ง ส่วนของที่ผิวแข็งไม่ดูดน้ำมักล้างและฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ EPA ระบุว่าวัสดุที่ดูดซับน้ำ เช่น พรมและฝ้าเพดาน หากขึ้นราแล้วอาจต้องทิ้ง เพราะขจัดเชื้อราออกให้หมดได้ยาก

  • ควรทิ้ง: ที่นอน หมอน พรม ตุ๊กตาผ้า ฉนวนกันความร้อนที่เปียก แผ่นยิปซัมที่อมน้ำหรือขึ้นรา และอาหารรวมถึงยาที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ล้างแล้วใช้ต่อได้: จานชามเซรามิก แก้ว ภาชนะโลหะ ของเล่นพลาสติกแข็ง และเฟอร์นิเจอร์โลหะหรือพลาสติก
  • ควรให้ช่างตรวจก่อน: เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำ ปั๊มน้ำ และระบบไฟในบ้าน
  • เอกสารและรูปถ่ายสำคัญ: ล้างโคลนออกเบา ๆ แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่ม หรือแช่ช่องแข็งไว้ก่อนหากยังไม่มีเวลาจัดการ

ดูแลสุขภาพระหว่างทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมอย่างไร

ความเสี่ยงหลักต่อสุขภาพคือเชื้อโรคในน้ำและโคลน บาดแผลจากของมีคม และการหายใจเอาสปอร์เชื้อราเข้าไป การป้องกันตัวตลอดเวลาและล้างมือบ่อย ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

  • ไม่เดินเท้าเปล่าในน้ำหรือโคลน เพราะเสี่ยงต่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งเชื้อเข้าทางบาดแผลได้
  • ถ้ามีแผล ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผลให้มิด และพบแพทย์ถ้าแผลอักเสบหรือมีไข้ภายหลัง
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร และซักเสื้อผ้าที่ใส่ทำความสะอาดแยกจากผ้าอื่น
  • ห้ามใช้เครื่องปั่นไฟหรือเครื่องยนต์ในบ้านหรือที่อับ เพราะเสี่ยงต่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
  • พักเป็นระยะและดื่มน้ำสะอาดให้พอ เพราะงานล้างบ้านใช้แรงมากและมักทำกลางอากาศร้อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

ใช้น้ำยาฟอกขาวกับทุกพื้นผิวได้ไหม

ไม่ควร น้ำยาฟอกขาวเหมาะกับพื้นผิวแข็งที่ไม่ดูดซับน้ำ อาจทำให้ผ้าและวัสดุบางชนิดซีดหรือเสียหาย และต้องใช้ในที่อากาศถ่ายเทเสมอ

ทาสีผนังใหม่ได้เมื่อไร

ควรรอให้ผนังแห้งสนิทก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นกับความหนาของผนังและสภาพอากาศ การทาสีทับผนังที่ยังชื้นจะทำให้สีพองและเชื้อราขึ้นใต้สี

น้ำประปาหลังน้ำท่วมดื่มได้ไหม

ควรรอประกาศจากการประปาหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อน ระหว่างนั้นให้ใช้น้ำดื่มบรรจุขวด หรือต้มน้ำให้เดือดก่อนดื่ม

เชื้อราขึ้นเป็นบริเวณกว้างควรทำอย่างไร

ถ้าเชื้อราขึ้นกว้างหรืออยู่ในโครงสร้างผนัง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือวิศวกรรมเฉพาะกรณี หากบ้านมีความเสียหายเชิงโครงสร้างหรือมีอาการเจ็บป่วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์

แหล่งอ้างอิง: CDC – Guidelines for Cleaning Safely After a Disaster · CDC – Mold Clean Up Guidelines · EPA – A Brief Guide to Mold, Moisture and Your Home

ภาพหน้าปกโดย Wes Warren จาก Unsplash

One thought on “ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *