น้ำทะเลเค็มเพราะมีเกลือแร่ละลายอยู่ ส่วนใหญ่มาจากหินบนบก ฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ค่อย ๆ กัดกร่อนหินแล้วพาแร่ธาตุไหลลงแม่น้ำและไปสะสมในทะเล อีกส่วนหนึ่งมาจากปล่องน้ำร้อนใต้ทะเล เมื่อน้ำระเหยขึ้นไปเป็นไอ เกลือไม่ได้ระเหยตามไปด้วย จึงสะสมจนน้ำทะเลมีเกลือเฉลี่ยประมาณ 3.5%
เกลือในน้ำทะเลมาจากไหน?
เกลือในทะเลมาจาก 2 แหล่งหลัก คือหินบนบกที่ถูกน้ำฝนกัดกร่อนแล้วไหลมากับแม่น้ำ และหินใต้พื้นทะเลที่ถูกน้ำร้อนละลายออกมาทางปล่องน้ำร้อน ทั้งสองกระบวนการเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายร้อยล้านปี เกลือจึงค่อย ๆ สะสมในมหาสมุทร
กระบวนการบนบกเกิดขึ้นตามลำดับดังนี้
- ฝนกลายเป็นกรดอ่อน: น้ำฝนรวมตัวกับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศ เกิดเป็นกรดคาร์บอนิกซึ่งเป็นกรดที่อ่อนมาก
- หินถูกกัดกร่อน: เมื่อฝนตกลงบนหินและดิน กรดอ่อนนี้ค่อย ๆ ละลายแร่ธาตุในหินออกมาเป็นไอออน (อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า) เช่น โซเดียมและคลอไรด์
- แม่น้ำพาแร่ลงทะเล: น้ำที่ไหลบ่าพาไอออนเหล่านี้ลงลำธารและแม่น้ำ จนไปถึงทะเลในที่สุด
- เกลือสะสมในทะเล: สิ่งมีชีวิตในทะเลนำแร่ธาตุบางชนิดไปใช้ แต่โซเดียมและคลอไรด์ไม่ค่อยถูกนำออกไป จึงสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แหล่งที่สองอยู่ใต้ทะเล น้ำทะเลซึมลงไปตามรอยแยกของเปลือกโลก ถูกความร้อนจากหินหนืด (แมกมา) ทำให้ร้อนจัด และละลายแร่ธาตุจากหินออกมา ก่อนพุ่งกลับขึ้นสู่ทะเลผ่านปล่องน้ำร้อนใต้ทะเล (hydrothermal vent)
ทำไมน้ำในแม่น้ำไม่เค็ม ทั้งที่พาเกลือลงทะเล?
แม่น้ำมีเกลือแร่อยู่เหมือนกัน แต่มีปริมาณน้อยมากจนลิ้นเราไม่รู้สึก เพราะน้ำฝนที่เป็นน้ำจืดเติมเข้ามาตลอด และน้ำในแม่น้ำก็ไหลออกไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ขังอยู่ที่เดิม ต่างจากทะเลซึ่งเป็นปลายทางที่น้ำไหลไปรวมกัน
กุญแจสำคัญคือการระเหย เมื่อแดดทำให้น้ำทะเลระเหยเป็นไอ ไอน้ำที่ลอยขึ้นไปเป็นน้ำบริสุทธิ์ ส่วนเกลือยังคงอยู่ในทะเล ไอน้ำนั้นกลายเป็นเมฆและตกลงมาเป็นฝนน้ำจืดอีกครั้ง วนเป็นวัฏจักรน้ำ ทะเลจึงได้รับเกลือเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ปล่อยออกไปเฉพาะน้ำ
สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ประเมินว่าแม่น้ำทั่วโลกพาเกลือที่ละลายอยู่ลงทะเลราว 4,000 ล้านตันต่อปี
น้ำทะเลมีเกลืออยู่มากแค่ไหน?
น้ำทะเลโดยเฉลี่ยมีความเค็ม (salinity) ประมาณ 35 ส่วนในพันส่วน หรือราว 3.5% ของน้ำหนัก หมายความว่าน้ำทะเล 1 ลิตรมีเกลือละลายอยู่ประมาณ 35 กรัม เกลือส่วนใหญ่คือโซเดียมและคลอไรด์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบเดียวกับเกลือแกงที่ใช้ทำอาหาร
- คลอไรด์และโซเดียมรวมกันคิดเป็นมากกว่า 90% ของไอออนที่ละลายอยู่ในน้ำทะเล
- สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ถ้านำเกลือทั้งหมดในมหาสมุทรมาเกลี่ยบนพื้นดินทั่วโลก จะได้ชั้นเกลือหนากว่า 166 เมตร หรือสูงพอ ๆ กับตึก 40 ชั้น
- เกลือทำให้น้ำทะเลมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำจืด คนและสิ่งของจึงลอยตัวในทะเลได้ง่ายกว่าในสระน้ำจืด
แม้แม่น้ำจะพาเกลือลงทะเลทุกปี แต่ก็มีเกลือปริมาณใกล้เคียงกันที่ตกตะกอนลงสู่พื้นทะเล NOAA จึงระบุว่ามหาสมุทรในปัจจุบันน่าจะไม่ได้เค็มขึ้นอีกแล้ว
ทะเลแต่ละแห่งเค็มเท่ากันไหม?
ไม่เท่ากัน ความเค็มขึ้นกับสมดุลระหว่างการระเหยกับน้ำจืดที่เติมเข้ามาจากฝนและแม่น้ำ บริเวณที่แดดจัด ฝนน้อย น้ำระเหยมาก จะเค็มกว่า ส่วนบริเวณที่ฝนตกชุกหรือใกล้ปากแม่น้ำใหญ่จะเค็มน้อยกว่า
| แหล่งน้ำ | ความเค็มโดยเปรียบเทียบ | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|
| แม่น้ำ ลำธาร | น้ำจืด มีเกลือน้อยมาก | ฝนเติมน้ำจืดตลอด และน้ำไหลออกไปไม่ขังอยู่ |
| ทะเลแถบเส้นศูนย์สูตร | เค็มน้อยกว่าค่าเฉลี่ย | ฝนตกชุก เจือจางน้ำทะเล |
| ทะเลแถบกึ่งเขตร้อน (subtropics) | เค็มกว่าค่าเฉลี่ย | อากาศแห้ง น้ำระเหยมากกว่าฝนที่ตก |
| มหาสมุทรแอตแลนติก | เค็มกว่ามหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดียโดยเฉลี่ย | สมดุลการระเหย ฝน และกระแสน้ำต่างกัน |
| ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน | เค็มกว่ามหาสมุทรทั่วไป | เป็นทะเลกึ่งปิด อากาศร้อนแห้ง น้ำระเหยมาก |
| ทะเลสาบน้ำเค็มที่ไม่มีทางน้ำไหลออก เช่น ทะเลเดดซี | เค็มกว่าน้ำทะเลทั่วไปหลายเท่า | น้ำออกได้ทางการระเหยเท่านั้น เกลือจึงถูกทิ้งไว้ |
ทะเลสาบที่ไม่มีทางน้ำไหลออกจะเค็มเป็นพิเศษ เพราะน้ำออกไปได้ทางเดียวคือการระเหย เกลือจึงถูกทิ้งไว้และเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทะเลเดดซี (Dead Sea) เป็นตัวอย่างที่รู้จักกันดี ความเค็มสูงจนปลาและพืชแทบอาศัยอยู่ไม่ได้
ดื่มน้ำทะเลได้ไหม ทำไมยิ่งดื่มยิ่งกระหาย?
ไม่ควรดื่มน้ำทะเลโดยตรง เพราะน้ำทะเลเค็มกว่าที่ร่างกายรับได้ ไตต้องใช้น้ำจำนวนมากขับเกลือส่วนเกินออกทางปัสสาวะ สุดท้ายร่างกายจะเสียน้ำมากกว่าที่ดื่มเข้าไป ทำให้ขาดน้ำและกระหายมากขึ้น
หากจำเป็นต้องใช้น้ำทะเลเป็นน้ำดื่ม ต้องผ่านการแยกเกลือออกก่อน เช่น การกลั่นหรือการกรองด้วยเยื่อกรองแบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis: RO) ซึ่งเป็นวิธีที่โรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลใช้กัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเค็มของน้ำทะเล
น้ำทะเลเค็มขึ้นทุกปีไหม?
โดยรวมไม่ใช่ เกลือที่แม่น้ำพามาในแต่ละปีใกล้เคียงกับเกลือที่ตกตะกอนลงพื้นทะเล ความเค็มเฉลี่ยของมหาสมุทรจึงค่อนข้างคงที่ แม้บางพื้นที่จะเปลี่ยนไปตามฝนและการระเหย
เกลือในทะเลเป็นเกลือชนิดเดียวกับเกลือแกงไหม?
ส่วนใหญ่ใช่ องค์ประกอบหลักคือโซเดียมและคลอไรด์ แบบเดียวกับเกลือแกง แต่น้ำทะเลยังมีแร่ธาตุอื่นปนอยู่ด้วย เช่น แมกนีเซียม ซัลเฟต และแคลเซียม
ทำไมว่ายน้ำในทะเลแล้วตัวลอยง่ายกว่าในสระ?
เพราะเกลือที่ละลายอยู่ทำให้น้ำทะเลหนาแน่นกว่าน้ำจืด น้ำทะเลจึงดันตัวเราขึ้นได้มากกว่า ยิ่งน้ำเค็มมาก ก็ยิ่งลอยตัวง่าย
ทำไมทะเลสาบบางแห่งเป็นน้ำจืด บางแห่งเป็นน้ำเค็ม?
ทะเลสาบที่มีแม่น้ำไหลเข้าและไหลออกจะพาเกลือออกไปด้วย จึงเป็นน้ำจืด ส่วนทะเลสาบที่ไม่มีทางไหลออกและอยู่ในพื้นที่ร้อนแห้ง น้ำจะหายไปทางการระเหย เกลือจึงสะสมจนเค็ม
แหล่งอ้างอิง: USGS – Why is the ocean salty?, NOAA Ocean Service – Why is the ocean salty, but rivers flowing into it are not?, Woods Hole Oceanographic Institution – What makes the ocean salty?, NASA JPL – Aquarius ocean salinity map, NASA Earth Observatory – The Dead Sea
ภาพหน้าปกโดย Silas Baisch จาก Unsplash

