Posted in

คุกกี้บนเว็บไซต์คืออะไร? ควรกดยอมรับไหม และตั้งค่าอย่างไร

คนกำลังใช้แล็ปท็อปท่องเว็บไซต์ ซึ่งมักมีการขอใช้คุกกี้บนเว็บไซต์
ภาพโดย Firmbee.com จาก Unsplash

คุกกี้ (Cookie) คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ส่งมาเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของเรา เพื่อให้เว็บจำสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น สถานะการล็อกอิน ตะกร้าสินค้า หรือภาษาที่เลือกไว้ คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บนั้นปลอดภัยและควรอนุญาต ส่วนคุกกี้วิเคราะห์และคุกกี้โฆษณา เราเลือกปฏิเสธได้โดยเว็บยังใช้งานได้ตามปกติ ถ้าไม่แน่ใจ ให้กด “ตั้งค่า” แล้วเปิดเฉพาะคุกกี้ที่จำเป็น

คุกกี้บนเว็บไซต์คืออะไร และทำงานอย่างไร?

คุกกี้คือข้อมูลชิ้นเล็ก ๆ ที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ส่งมาให้เบราว์เซอร์เก็บไว้ แล้วเบราว์เซอร์จะส่งข้อมูลนี้กลับไปทุกครั้งที่เราเข้าเว็บเดิม ทำให้เว็บ “จำ” เราได้ คุกกี้ไม่ใช่โปรแกรมและไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นเหมือนบัตรจำหน้าที่เว็บฝากไว้กับเรา

เหตุผลที่ต้องมีคุกกี้คือการรับส่งข้อมูลบนเว็บ (HTTP) โดยพื้นฐานจะไม่จำอะไรเลยจากครั้งก่อน คุกกี้จึงถูกใช้ใน 3 งานหลัก ได้แก่

  • จัดการการใช้งาน: จำว่าเราล็อกอินอยู่ จำสินค้าในตะกร้า
  • ปรับให้เหมาะกับเรา: จำภาษา ธีม หรือการตั้งค่าที่เลือกไว้
  • ติดตามและวิเคราะห์: บันทึกพฤติกรรมการใช้งาน เช่น หน้าที่เปิดดู เพื่อนำไปวิเคราะห์หรือแสดงโฆษณา

คุกกี้ยังแบ่งตามอายุได้ 2 แบบ คือ คุกกี้ชั่วคราว (session cookie) ที่ถูกลบเมื่อปิดเบราว์เซอร์ และ คุกกี้ถาวร (persistent cookie) ที่อยู่ได้จนถึงวันหมดอายุที่เว็บกำหนดไว้

คุกกี้มีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

ในหน้าต่างขอความยินยอม (cookie banner) เว็บไซต์มักแบ่งคุกกี้ตามจุดประสงค์ เช่น คุกกี้ที่จำเป็น คุกกี้วิเคราะห์ และคุกกี้โฆษณา นอกจากนี้ยังแบ่งตามผู้ที่สร้างคุกกี้ได้เป็นคุกกี้ของบุคคลที่หนึ่งและคุกกี้ของบุคคลที่สาม ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น

ประเภทคุกกี้ใช้ทำอะไรปฏิเสธได้ไหม
คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly necessary)ให้เว็บทำงานได้ เช่น ล็อกอิน ตะกร้าสินค้า ความปลอดภัยส่วนใหญ่ปิดไม่ได้ เพราะเว็บจะใช้งานไม่ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics)นับจำนวนผู้เข้าชม ดูว่าหน้าไหนคนอ่านมากปฏิเสธได้
คุกกี้ด้านการตลาดและโฆษณา (Marketing)ติดตามความสนใจเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับเราปฏิเสธได้
คุกกี้ของบุคคลที่หนึ่ง (First-party)สร้างโดยเว็บไซต์ที่เรากำลังเข้าชมขึ้นกับจุดประสงค์ของคุกกี้
คุกกี้ของบุคคลที่สาม (Third-party)สร้างโดยโดเมนอื่นที่ฝังอยู่ในเว็บ เช่น ระบบโฆษณาหรือปุ่มโซเชียล ใช้ติดตามเราข้ามหลายเว็บไซต์ได้ปฏิเสธหรือบล็อกในเบราว์เซอร์ได้

คุกกี้ของบุคคลที่สามเป็นกลุ่มที่มีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เพราะบริษัทภายนอกเห็นคุกกี้เดียวกันจากหลายเว็บ จึงรวบรวมเป็นโปรไฟล์พฤติกรรมการท่องเว็บของเราได้

ควรกดยอมรับคุกกี้ทั้งหมดไหม?

ไม่จำเป็นต้องกด “ยอมรับทั้งหมด” ทุกครั้ง ถ้าเราไม่อยากให้ข้อมูลการใช้งานถูกนำไปวิเคราะห์หรือใช้ทำโฆษณา ให้เลือก “ปฏิเสธ” หรือ “ตั้งค่า” แล้วเปิดไว้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็น เว็บส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ปกติ

ในประเทศไทย การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ความยินยอมที่ถูกต้องต้องให้โดยอิสระ แยกจากเงื่อนไขการใช้บริการ ชัดเจน และปฏิเสธได้ง่าย และเราถอนความยินยอมภายหลังได้ทุกเมื่อ โดยการถอนต้องทำได้ง่ายเหมือนตอนให้ความยินยอม

หลักง่าย ๆ ในการตัดสินใจ:

  • เว็บที่ใช้ประจำและไว้ใจ เช่น ธนาคารหรือร้านค้าที่ซื้อของบ่อย อนุญาตคุกกี้ที่จำเป็นก็เพียงพอ
  • เว็บที่เข้าครั้งเดียวหรือไม่คุ้นเคย เลือกปฏิเสธคุกกี้ที่ไม่จำเป็น
  • ถ้าบางฟีเจอร์ใช้ไม่ได้ เช่น วิดีโอหรือปุ่มแชร์ที่ฝังมา ค่อยกลับไปเปิดเพิ่มทีหลัง

ลบหรือจัดการคุกกี้ใน Google Chrome ทำอย่างไร?

ใน Chrome บนคอมพิวเตอร์ ลบคุกกี้ได้จากเมนู “ลบข้อมูลการท่องเว็บ” และตั้งค่าบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามได้ในหมวดความเป็นส่วนตัว ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันและภาษาที่ตั้งไว้

ลบคุกกี้ทั้งหมด

  1. เปิด Chrome แล้วคลิกไอคอนสามจุด (เพิ่มเติม) มุมขวาบน
  2. เลือก “ลบข้อมูลการท่องเว็บ” (Delete browsing data)
  3. เลือกช่วงเวลา เช่น “ชั่วโมงที่ผ่านมา” หรือ “ตลอดเวลา”
  4. ติ๊ก “คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์อื่น ๆ”
  5. กด “ลบข้อมูล” เพื่อยืนยัน

บล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สาม

  1. คลิกไอคอนสามจุด แล้วเลือก “การตั้งค่า”
  2. ไปที่ “ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย” แล้วเลือก “คุกกี้ของบุคคลที่สาม”
  3. เลือก “บล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สาม”
  4. ถ้ามีเว็บที่ต้องใช้คุกกี้นี้จริง ๆ ให้เพิ่มเว็บนั้นในรายการ “เว็บไซต์ที่อนุญาตให้ใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม”

ควรรู้ว่าหลังลบคุกกี้ เราจะถูกออกจากระบบในหลายเว็บ และบางเว็บที่พึ่งพาคุกกี้ของบุคคลที่สามอาจทำงานไม่สมบูรณ์เมื่อบล็อกไว้

ลบหรือบล็อกคุกกี้ใน Safari บน iPhone ทำอย่างไร?

บน iPhone การจัดการคุกกี้ของ Safari ทำในแอป “การตั้งค่า” ไม่ใช่ในตัว Safari เราเลือกได้ว่าจะลบทั้งประวัติและคุกกี้ ลบเฉพาะคุกกี้แต่เก็บประวัติไว้ หรือบล็อกคุกกี้ทั้งหมด

  1. ลบประวัติและคุกกี้: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari แล้วแตะ “ล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์” เลือกช่วงเวลา แล้วยืนยัน (ข้อมูลป้อนอัตโนมัติไม่ถูกลบ)
  2. ลบเฉพาะคุกกี้ แต่เก็บประวัติไว้: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari > ขั้นสูง > ข้อมูลเว็บไซต์ แล้วแตะ “เอาข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมดออก”
  3. บล็อกคุกกี้ทั้งหมด: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari > ขั้นสูง แล้วเปิด “ปิดกั้นคุกกี้ทั้งหมด”

การบล็อกคุกกี้ทั้งหมดอาจทำให้ล็อกอินหรือใช้ฟีเจอร์บางอย่างของเว็บไม่ได้ จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากและยอมรับข้อจำกัดนี้ได้ ใน iOS เวอร์ชันเก่า เมนูอาจอยู่ที่ การตั้งค่า > Safari โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์

คุกกี้เป็นไวรัสหรือทำให้เครื่องติดมัลแวร์ได้ไหม?

ไม่ คุกกี้เป็นเพียงข้อมูลข้อความขนาดเล็ก ไม่ใช่โปรแกรมที่รันได้ ประเด็นหลักของคุกกี้คือเรื่องความเป็นส่วนตัวและการติดตามพฤติกรรม ไม่ใช่ไวรัส

กดปฏิเสธคุกกี้แล้ว เว็บจะใช้งานไม่ได้ไหม?

โดยทั่วไปใช้งานได้ เพราะการปฏิเสธมักหมายถึงปิดเฉพาะคุกกี้ที่ไม่จำเป็น คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บยังทำงานอยู่

เคยกดยอมรับไปแล้ว เปลี่ยนใจได้ไหม?

ได้ ตาม PDPA เราถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ หลายเว็บมีลิงก์ “ตั้งค่าคุกกี้” ไว้ท้ายหน้า หรือเราลบคุกกี้ในเบราว์เซอร์แล้วเลือกใหม่เมื่อหน้าต่างขอความยินยอมขึ้นมาอีกครั้ง

โหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito) ช่วยเรื่องคุกกี้ไหม?

ช่วยได้บางส่วน ในโหมดไม่ระบุตัวตนของ Chrome คุกกี้ของบุคคลที่สามจะถูกบล็อกโดยค่าเริ่มต้น และคุกกี้จะไม่ถูกเก็บต่อหลังปิดหน้าต่าง แต่เว็บไซต์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยังเห็นการใช้งานของเราได้ระหว่างที่เปิดอยู่

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากต้องการทำระบบขอความยินยอมคุกกี้สำหรับเว็บไซต์ของธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แหล่งอ้างอิง: MDN Web Docs – Using HTTP cookies, Google Chrome Help – ลบ อนุญาต และจัดการคุกกี้ใน Chrome, Apple Support – ลบประวัติ แคช และคุกกี้ของ Safari บน iPhone, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – PDPA for People (เผยแพร่ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล)

ภาพหน้าปกโดย Firmbee.com จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *