คุกกี้ (Cookie) คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ส่งมาเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของเรา เพื่อให้เว็บจำสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น สถานะการล็อกอิน ตะกร้าสินค้า หรือภาษาที่เลือกไว้ คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บนั้นปลอดภัยและควรอนุญาต ส่วนคุกกี้วิเคราะห์และคุกกี้โฆษณา เราเลือกปฏิเสธได้โดยเว็บยังใช้งานได้ตามปกติ ถ้าไม่แน่ใจ ให้กด “ตั้งค่า” แล้วเปิดเฉพาะคุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้บนเว็บไซต์คืออะไร และทำงานอย่างไร?
คุกกี้คือข้อมูลชิ้นเล็ก ๆ ที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ส่งมาให้เบราว์เซอร์เก็บไว้ แล้วเบราว์เซอร์จะส่งข้อมูลนี้กลับไปทุกครั้งที่เราเข้าเว็บเดิม ทำให้เว็บ “จำ” เราได้ คุกกี้ไม่ใช่โปรแกรมและไม่ใช่ไวรัส แต่เป็นเหมือนบัตรจำหน้าที่เว็บฝากไว้กับเรา
เหตุผลที่ต้องมีคุกกี้คือการรับส่งข้อมูลบนเว็บ (HTTP) โดยพื้นฐานจะไม่จำอะไรเลยจากครั้งก่อน คุกกี้จึงถูกใช้ใน 3 งานหลัก ได้แก่
- จัดการการใช้งาน: จำว่าเราล็อกอินอยู่ จำสินค้าในตะกร้า
- ปรับให้เหมาะกับเรา: จำภาษา ธีม หรือการตั้งค่าที่เลือกไว้
- ติดตามและวิเคราะห์: บันทึกพฤติกรรมการใช้งาน เช่น หน้าที่เปิดดู เพื่อนำไปวิเคราะห์หรือแสดงโฆษณา
คุกกี้ยังแบ่งตามอายุได้ 2 แบบ คือ คุกกี้ชั่วคราว (session cookie) ที่ถูกลบเมื่อปิดเบราว์เซอร์ และ คุกกี้ถาวร (persistent cookie) ที่อยู่ได้จนถึงวันหมดอายุที่เว็บกำหนดไว้
คุกกี้มีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
ในหน้าต่างขอความยินยอม (cookie banner) เว็บไซต์มักแบ่งคุกกี้ตามจุดประสงค์ เช่น คุกกี้ที่จำเป็น คุกกี้วิเคราะห์ และคุกกี้โฆษณา นอกจากนี้ยังแบ่งตามผู้ที่สร้างคุกกี้ได้เป็นคุกกี้ของบุคคลที่หนึ่งและคุกกี้ของบุคคลที่สาม ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
| ประเภทคุกกี้ | ใช้ทำอะไร | ปฏิเสธได้ไหม |
|---|---|---|
| คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly necessary) | ให้เว็บทำงานได้ เช่น ล็อกอิน ตะกร้าสินค้า ความปลอดภัย | ส่วนใหญ่ปิดไม่ได้ เพราะเว็บจะใช้งานไม่ได้ |
| คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics) | นับจำนวนผู้เข้าชม ดูว่าหน้าไหนคนอ่านมาก | ปฏิเสธได้ |
| คุกกี้ด้านการตลาดและโฆษณา (Marketing) | ติดตามความสนใจเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับเรา | ปฏิเสธได้ |
| คุกกี้ของบุคคลที่หนึ่ง (First-party) | สร้างโดยเว็บไซต์ที่เรากำลังเข้าชม | ขึ้นกับจุดประสงค์ของคุกกี้ |
| คุกกี้ของบุคคลที่สาม (Third-party) | สร้างโดยโดเมนอื่นที่ฝังอยู่ในเว็บ เช่น ระบบโฆษณาหรือปุ่มโซเชียล ใช้ติดตามเราข้ามหลายเว็บไซต์ได้ | ปฏิเสธหรือบล็อกในเบราว์เซอร์ได้ |
คุกกี้ของบุคคลที่สามเป็นกลุ่มที่มีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เพราะบริษัทภายนอกเห็นคุกกี้เดียวกันจากหลายเว็บ จึงรวบรวมเป็นโปรไฟล์พฤติกรรมการท่องเว็บของเราได้
ควรกดยอมรับคุกกี้ทั้งหมดไหม?
ไม่จำเป็นต้องกด “ยอมรับทั้งหมด” ทุกครั้ง ถ้าเราไม่อยากให้ข้อมูลการใช้งานถูกนำไปวิเคราะห์หรือใช้ทำโฆษณา ให้เลือก “ปฏิเสธ” หรือ “ตั้งค่า” แล้วเปิดไว้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็น เว็บส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ปกติ
ในประเทศไทย การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ความยินยอมที่ถูกต้องต้องให้โดยอิสระ แยกจากเงื่อนไขการใช้บริการ ชัดเจน และปฏิเสธได้ง่าย และเราถอนความยินยอมภายหลังได้ทุกเมื่อ โดยการถอนต้องทำได้ง่ายเหมือนตอนให้ความยินยอม
หลักง่าย ๆ ในการตัดสินใจ:
- เว็บที่ใช้ประจำและไว้ใจ เช่น ธนาคารหรือร้านค้าที่ซื้อของบ่อย อนุญาตคุกกี้ที่จำเป็นก็เพียงพอ
- เว็บที่เข้าครั้งเดียวหรือไม่คุ้นเคย เลือกปฏิเสธคุกกี้ที่ไม่จำเป็น
- ถ้าบางฟีเจอร์ใช้ไม่ได้ เช่น วิดีโอหรือปุ่มแชร์ที่ฝังมา ค่อยกลับไปเปิดเพิ่มทีหลัง
ลบหรือจัดการคุกกี้ใน Google Chrome ทำอย่างไร?
ใน Chrome บนคอมพิวเตอร์ ลบคุกกี้ได้จากเมนู “ลบข้อมูลการท่องเว็บ” และตั้งค่าบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามได้ในหมวดความเป็นส่วนตัว ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันและภาษาที่ตั้งไว้
ลบคุกกี้ทั้งหมด
- เปิด Chrome แล้วคลิกไอคอนสามจุด (เพิ่มเติม) มุมขวาบน
- เลือก “ลบข้อมูลการท่องเว็บ” (Delete browsing data)
- เลือกช่วงเวลา เช่น “ชั่วโมงที่ผ่านมา” หรือ “ตลอดเวลา”
- ติ๊ก “คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์อื่น ๆ”
- กด “ลบข้อมูล” เพื่อยืนยัน
บล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สาม
- คลิกไอคอนสามจุด แล้วเลือก “การตั้งค่า”
- ไปที่ “ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย” แล้วเลือก “คุกกี้ของบุคคลที่สาม”
- เลือก “บล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สาม”
- ถ้ามีเว็บที่ต้องใช้คุกกี้นี้จริง ๆ ให้เพิ่มเว็บนั้นในรายการ “เว็บไซต์ที่อนุญาตให้ใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม”
ควรรู้ว่าหลังลบคุกกี้ เราจะถูกออกจากระบบในหลายเว็บ และบางเว็บที่พึ่งพาคุกกี้ของบุคคลที่สามอาจทำงานไม่สมบูรณ์เมื่อบล็อกไว้
ลบหรือบล็อกคุกกี้ใน Safari บน iPhone ทำอย่างไร?
บน iPhone การจัดการคุกกี้ของ Safari ทำในแอป “การตั้งค่า” ไม่ใช่ในตัว Safari เราเลือกได้ว่าจะลบทั้งประวัติและคุกกี้ ลบเฉพาะคุกกี้แต่เก็บประวัติไว้ หรือบล็อกคุกกี้ทั้งหมด
- ลบประวัติและคุกกี้: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari แล้วแตะ “ล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์” เลือกช่วงเวลา แล้วยืนยัน (ข้อมูลป้อนอัตโนมัติไม่ถูกลบ)
- ลบเฉพาะคุกกี้ แต่เก็บประวัติไว้: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari > ขั้นสูง > ข้อมูลเว็บไซต์ แล้วแตะ “เอาข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมดออก”
- บล็อกคุกกี้ทั้งหมด: ไปที่ การตั้งค่า > แอป > Safari > ขั้นสูง แล้วเปิด “ปิดกั้นคุกกี้ทั้งหมด”
การบล็อกคุกกี้ทั้งหมดอาจทำให้ล็อกอินหรือใช้ฟีเจอร์บางอย่างของเว็บไม่ได้ จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากและยอมรับข้อจำกัดนี้ได้ ใน iOS เวอร์ชันเก่า เมนูอาจอยู่ที่ การตั้งค่า > Safari โดยตรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์
คุกกี้เป็นไวรัสหรือทำให้เครื่องติดมัลแวร์ได้ไหม?
ไม่ คุกกี้เป็นเพียงข้อมูลข้อความขนาดเล็ก ไม่ใช่โปรแกรมที่รันได้ ประเด็นหลักของคุกกี้คือเรื่องความเป็นส่วนตัวและการติดตามพฤติกรรม ไม่ใช่ไวรัส
กดปฏิเสธคุกกี้แล้ว เว็บจะใช้งานไม่ได้ไหม?
โดยทั่วไปใช้งานได้ เพราะการปฏิเสธมักหมายถึงปิดเฉพาะคุกกี้ที่ไม่จำเป็น คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บยังทำงานอยู่
เคยกดยอมรับไปแล้ว เปลี่ยนใจได้ไหม?
ได้ ตาม PDPA เราถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ หลายเว็บมีลิงก์ “ตั้งค่าคุกกี้” ไว้ท้ายหน้า หรือเราลบคุกกี้ในเบราว์เซอร์แล้วเลือกใหม่เมื่อหน้าต่างขอความยินยอมขึ้นมาอีกครั้ง
โหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito) ช่วยเรื่องคุกกี้ไหม?
ช่วยได้บางส่วน ในโหมดไม่ระบุตัวตนของ Chrome คุกกี้ของบุคคลที่สามจะถูกบล็อกโดยค่าเริ่มต้น และคุกกี้จะไม่ถูกเก็บต่อหลังปิดหน้าต่าง แต่เว็บไซต์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยังเห็นการใช้งานของเราได้ระหว่างที่เปิดอยู่
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากต้องการทำระบบขอความยินยอมคุกกี้สำหรับเว็บไซต์ของธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
แหล่งอ้างอิง: MDN Web Docs – Using HTTP cookies, Google Chrome Help – ลบ อนุญาต และจัดการคุกกี้ใน Chrome, Apple Support – ลบประวัติ แคช และคุกกี้ของ Safari บน iPhone, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – PDPA for People (เผยแพร่ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล)
ภาพหน้าปกโดย Firmbee.com จาก Unsplash

