เงินสำรองฉุกเฉินควรมีอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน สำหรับคนที่มีรายได้ประจำ ส่วนฟรีแลนซ์หรือคนที่รายได้ไม่แน่นอนควรมีมากกว่านั้น เช่น 6–12 เดือน เงินก้อนนี้ควรเก็บไว้ในที่ที่ความเสี่ยงต่ำและถอนได้ทันที เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่แยกจากบัญชีใช้จ่าย ถ้ายังเก็บไม่ไหว ให้เริ่มจากเป้า 1 เดือนก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่ม
เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร และต่างจากเงินออมทั่วไปอย่างไร?
เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) คือเงินที่กันไว้ใช้เฉพาะเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือมีค่าซ่อมแซมก้อนใหญ่กะทันหัน ต่างจากเงินออมทั่วไปตรงที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเป้าหมายอย่างการเที่ยวหรือซื้อของ แต่มีไว้เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตต่อได้โดยไม่ต้องกู้ยืม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำให้แยกเงินออมเพื่อเหตุฉุกเฉินไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ต่างหาก ไม่ปนกับบัญชีที่ใช้จ่ายประจำเดือน เพราะวัตถุประสงค์ของเงินสองก้อนนี้ต่างกัน เมื่อแยกบัญชีแล้วจะเห็นยอดชัดเจนและลดโอกาสเผลอหยิบมาใช้
คนที่ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดมักต้องรูดบัตรเครดิต ใช้สินเชื่อบุคคล หรือยืมเงินคนอื่น ซึ่งอาจตามมาด้วยดอกเบี้ยสูงและภาระหนี้ระยะยาว เงินก้อนนี้จึงเปรียบเหมือน “กันชน” ของสุขภาพการเงิน
เงินสำรองฉุกเฉินควรมีกี่เดือนของค่าใช้จ่าย?
หลักที่หน่วยงานด้านการเงินของไทยแนะนำตรงกันคือ 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ยิ่งรายได้ไม่มั่นคงหรือมีภาระมาก ยิ่งควรเก็บให้ใกล้ตัวเลขด้านบนหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ให้คิดจาก “ค่าใช้จ่าย” ไม่ใช่ “รายได้”
ตารางด้านล่างช่วยเทียบคร่าว ๆ ว่าแต่ละสถานการณ์ควรตั้งเป้ากี่เดือน
| ลักษณะรายได้และภาระ | เป้าหมายที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| พนักงานประจำ รายได้สม่ำเสมอ | 3–6 เดือน | หากตกงาน มักใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหางานใหม่ได้ |
| ฟรีแลนซ์ ค้าขาย หรือรายได้ไม่แน่นอน | 6–12 เดือน | บางช่วงอาจไม่มีงานหรือรายได้เข้าเลยหลายเดือน |
| เป็นคนหารายได้หลักคนเดียวของบ้าน หรือมีคนต้องดูแล | ค่อนไปทาง 6 เดือนขึ้นไป | ถ้ารายได้หยุด คนทั้งบ้านได้รับผลกระทบ |
| เพิ่งเริ่มเก็บเงิน | เริ่มที่ 1 เดือนก่อน | ทำให้เป้าหมายไม่ไกลเกินไปและสร้างนิสัยการออม |
คำนวณเงินสำรองฉุกเฉินของตัวเองอย่างไร?
ให้รวมค่าใช้จ่ายที่ “จำเป็นจริง” ต่อเดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่เหมาะกับสถานการณ์ของเรา ตัวเลขที่ได้คือเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉิน วิธีนี้ใช้เวลาไม่นานและควรทบทวนทุกครั้งที่ค่าใช้จ่ายเปลี่ยน
- ดูรายการเดินบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจ่ายย้อนหลัง 2–3 เดือน
- เลือกเฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่างวดหนี้ และเบี้ยประกัน
- ตัดรายจ่ายที่งดได้ชั่วคราวออก เช่น ช้อปปิ้ง สังสรรค์ หรือท่องเที่ยว
- รวมยอดเป็น “ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน”
- คูณด้วยจำนวนเดือนตามตารางข้างต้น
ตัวอย่าง: ถ้ามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 15,000 บาท และเป็นพนักงานประจำ เป้าหมายคือ 15,000 × 3 = 45,000 บาท ถึง 15,000 × 6 = 90,000 บาท แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ที่ตั้งเป้า 6–12 เดือน เป้าหมายจะอยู่ที่ 90,000–180,000 บาท
ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ที่ไหน?
ที่เก็บเงินสำรองฉุกเฉินควรมี 2 คุณสมบัติ คือ สภาพคล่องสูง (ถอนออกมาใช้ได้เร็ว) และ ความเสี่ยงต่ำ (เงินต้นไม่ลดลงตอนที่ต้องใช้) ตัวเลือกที่นิยมคือบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน ไม่ควรเอาไปไว้ในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวน
| ที่เก็บเงิน | ความเร็วในการถอน | ความเสี่ยงและข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (รวมบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล) | ทันที | ความเสี่ยงต่ำ ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) สูงสุด 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 รายต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง |
| กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นมาก | โดยทั่วไปภายในไม่กี่วันทำการ | ความเสี่ยงต่ำแต่ไม่ใช่เงินฝาก จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองของ สคฝ. และผลตอบแทนไม่รับประกัน |
| หุ้น กองทุนหุ้น หรือคริปโทเคอร์เรนซี | ขึ้นกับตลาด | ไม่เหมาะ เพราะอาจต้องขายตอนราคาตกพอดีกับช่วงที่ต้องใช้เงิน |
หลายคนเลือกแบ่งเงินสำรองเป็นสองส่วน คือเก็บในบัญชีออมทรัพย์ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ได้ทันที และอีกส่วนในกองทุนรวมตลาดเงินเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มเล็กน้อย ก่อนเลือกควรอ่านหนังสือชี้ชวนและเงื่อนไขการขายคืนของกองทุนให้เข้าใจ
ถ้ารายได้น้อย จะเริ่มเก็บเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร?
เริ่มจากเป้าเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง เช่น เงินสำรอง 1 เดือนของค่าใช้จ่าย แล้วตั้งระบบให้เงินถูกโอนเข้าบัญชีเงินสำรองอัตโนมัติทุกครั้งที่ได้เงิน ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าจำนวนเงินในช่วงแรก
- ตั้งเป้าแรกที่ 1 เดือน เมื่อทำได้แล้วค่อยขยับเป็น 3 และ 6 เดือน
- ออมก่อนใช้ ตั้งโอนอัตโนมัติไปบัญชีเงินสำรองในวันที่เงินเดือนเข้า ธปท. แนะนำว่าอาจเริ่มออมราว 1 ใน 4 ของรายได้ แล้วปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง
- เปิดบัญชีแยก และไม่ผูกบัตรเดบิตหรือแอปจ่ายเงินกับบัญชีนี้ เพื่อลดการถอนโดยไม่ตั้งใจ
- นำเงินพิเศษมาเติม เช่น โบนัส เงินคืนภาษี หรือรายได้เสริม แบ่งบางส่วนเข้าบัญชีเงินสำรอง
- ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าสมาชิกบริการที่ไม่ค่อยได้ใช้ แล้วโอนส่วนต่างเข้าบัญชีเงินสำรอง
ควรใช้เงินสำรองฉุกเฉินเมื่อไหร่ และใช้แล้วต้องทำอย่างไร?
ควรใช้เงินสำรองฉุกเฉินเฉพาะเหตุที่จำเป็น เร่งด่วน และไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเท่านั้น หลังใช้แล้วควรวางแผนเติมเงินกลับให้ครบตามเป้าโดยเร็ว เพื่อให้พร้อมรับเหตุการณ์ครั้งถัดไป
ตัวอย่างเหตุที่ใช้ได้ เช่น ตกงานหรือรายได้หายกะทันหัน เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ประกันไม่ครอบคลุม รถหรือบ้านเสียหายจนต้องซ่อมทันที ส่วนเรื่องที่ไม่ควรใช้ เช่น โปรโมชันลดราคา ทริปเที่ยว หรือของที่อยากได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ควรมีเงินออมแยกตามเป้าหมายของตัวเอง
เมื่อใช้ไปแล้ว ให้กลับไปตั้งโอนอัตโนมัติอีกครั้ง หรือเพิ่มจำนวนเงินออมต่อเดือนชั่วคราวจนกว่ายอดจะกลับมาเท่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินสำรองฉุกเฉิน
มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ ควรเก็บเงินฉุกเฉินหรือใช้หนี้ก่อน?
ทำควบคู่กันได้ โดยกันเงินสำรองก้อนเล็กไว้ก่อน เช่น 1 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ต้องรูดบัตรเพิ่มเมื่อเกิดเหตุ แล้วเร่งปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง จากนั้นค่อยเพิ่มเงินสำรองให้ครบ 3–6 เดือน
มีประกันสุขภาพแล้ว ยังต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินไหม?
ยังต้องมี เพราะประกันสุขภาพคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องรายได้ที่หายไปตอนตกงานหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่น ๆ
นับเงินลงทุนในหุ้นเป็นเงินสำรองฉุกเฉินได้ไหม?
ไม่ควรนับ เพราะราคาหุ้นผันผวน ถ้าต้องขายในช่วงตลาดตกอาจได้เงินน้อยกว่าที่ลงทุนไป เงินสำรองฉุกเฉินควรอยู่ในที่ที่เงินต้นค่อนข้างคงที่และถอนได้เร็ว
ควรทบทวนยอดเงินสำรองฉุกเฉินบ่อยแค่ไหน?
ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน เช่น ย้ายบ้าน มีลูก เปลี่ยนงาน หรือมีหนี้ผ่อนก้อนใหม่ เพราะค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนจะเปลี่ยนตามไปด้วย
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล หากต้องการวางแผนตามสถานการณ์ของตัวเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงิน
แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย – การออม · ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย – 5 เรื่องการเงินต้องรู้ ก่อนอายุ 30 ปี · ธนาคารออมสิน – เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินต้องมีเท่าไหร่ · สถาบันคุ้มครองเงินฝาก – วงเงินคุ้มครอง
ภาพหน้าปกโดย Andre Taissin จาก Unsplash

