Posted in

กองทุนรวมคืออะไร มือใหม่เริ่มลงทุนอย่างไรดี

มือที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่หน้ากราฟราคาหุ้น สื่อถึงการติดตามการลงทุนในกองทุนรวม
ภาพโดย Adam Śmigielski จาก Unsplash

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือการนำเงินของผู้ลงทุนจำนวนมากมารวมเป็นก้อนใหญ่ แล้วให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ นำไปลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น หรือทรัพย์สินอื่นตามนโยบายที่ประกาศไว้ ผู้ลงทุนจะได้รับ “หน่วยลงทุน” ตามสัดส่วนเงินที่ลงไป สำหรับมือใหม่ จุดเริ่มต้นที่ดีคือกำหนดเป้าหมายและระยะเวลา ประเมินว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน แล้วเลือกกองทุนที่ระดับความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมเหมาะสม

กองทุนรวมคืออะไร ทำงานอย่างไร

กองทุนรวมทำงานเหมือนการรวมเงินกันซื้อสินทรัพย์ แทนที่แต่ละคนจะเลือกหุ้นหรือพันธบัตรเอง บลจ. จะเป็นผู้ตัดสินใจลงทุนแทน โดยต้องทำตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

มูลค่าของกองทุนในแต่ละวันสะท้อนผ่าน NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ส่วนตัวเลขที่ผู้ลงทุนเห็นบ่อยที่สุดคือ NAV ต่อหน่วย ซึ่งคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหักหนี้สิน แล้วหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุน ถ้าสินทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่มีราคาสูงขึ้น NAV ต่อหน่วยก็จะสูงขึ้น และผู้ลงทุนจะได้กำไรเมื่อขายคืนในราคาที่สูงกว่าตอนซื้อ

ข้อควรรู้คือ NAV ต่อหน่วยที่ต่ำไม่ได้แปลว่ากองทุนนั้น “ถูก” หรือคุ้มกว่า เพราะตัวเลขนี้ขึ้นกับว่ากองทุนเริ่มต้นเมื่อไรและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สิ่งที่ควรดูคือนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงมากกว่า

กองทุนรวมมีกี่ประเภท

ถ้าแบ่งตามสินทรัพย์ที่ลงทุน กองทุนรวมหลัก ๆ มีกองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม กองทุนหุ้น และกองทุนที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก ยิ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนมาก ความเสี่ยงและโอกาสได้ผลตอบแทนก็ยิ่งสูงขึ้น

ประเภทกองทุนลงทุนในอะไรระดับความเสี่ยงโดยทั่วไป
กองทุนรวมตลาดเงินเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปีต่ำ (ระดับ 1–2)
กองทุนรวมตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ และตราสารหนี้อื่นต่ำถึงปานกลาง (ระดับ 3–4)
กองทุนรวมผสมทั้งหุ้นและตราสารหนี้ในสัดส่วนที่กำหนดปานกลาง (ระดับ 5)
กองทุนรวมหุ้นหุ้นเป็นหลักสูง (ระดับ 6)
กองทุนหมวดอุตสาหกรรมหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวสูง (ระดับ 7)
กองทุนทรัพย์สินทางเลือกเช่น ทองคำ น้ำมัน หรือสินทรัพย์อื่นสูงมาก (ระดับ 8)

ก.ล.ต. กำหนดให้ทุกกองทุนแสดงระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 1 ถึง 8 ไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) และยังมีระดับ 8+ สำหรับกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อนเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่แบ่งตามวัตถุประสงค์ เช่น กองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ (FIF) ซึ่งมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเข้ามา และกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี เช่น RMF และ Thai ESG ซึ่งมีเงื่อนไขการถือครองที่ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อ

ข้อดีและข้อควรระวังของกองทุนรวมมีอะไรบ้าง

ข้อดีหลักของกองทุนรวมคือเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินไม่มาก ได้กระจายความเสี่ยง และมีมืออาชีพดูแล ส่วนข้อควรระวังคือกองทุนไม่รับประกันผลตอบแทนหรือเงินต้น และมีค่าธรรมเนียมที่กินผลตอบแทนในระยะยาว

  • กระจายความเสี่ยง: เงินก้อนเล็กของเราถูกนำไปลงในสินทรัพย์หลายตัวพร้อมกัน ซึ่งทำเองได้ยาก
  • มีผู้เชี่ยวชาญบริหาร: ไม่ต้องวิเคราะห์หุ้นหรือหุ้นกู้รายตัวเอง
  • สภาพคล่อง: กองทุนเปิดส่วนใหญ่ซื้อขายได้ในวันทำการ แต่บางกองมีรอบซื้อขายหรือระยะเวลารับเงินต่างกัน
  • ไม่มีการรับประกัน: มูลค่าหน่วยลงทุนขึ้นลงได้ และอาจขาดทุนได้ แม้แต่กองทุนตราสารหนี้
  • ค่าธรรมเนียม: มีทั้งค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) การรับซื้อคืน (Back-end Fee) และค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุน เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งหักไปทุกวันผ่าน NAV

วิธีเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายง่าย ๆ คือดูค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดของกองทุน (Total Expense Ratio หรือ TER) ใน Fund Fact Sheet ระหว่างกองทุนที่มีนโยบายคล้ายกัน ส่วนต่างเพียงเล็กน้อยต่อปีอาจกลายเป็นเงินจำนวนมากเมื่อลงทุนนานหลายสิบปี

มือใหม่เริ่มลงทุนในกองทุนรวมอย่างไร

มือใหม่ควรเริ่มจากการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้พร้อมก่อน แล้วจึงแบ่งเงินเย็นที่ไม่ต้องใช้ในระยะสั้นมาลงทุน จากนั้นเลือกกองทุนให้ตรงกับเป้าหมายและระยะเวลา โดยเปิดบัญชีกับธนาคารหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้สนับสนุนการขาย

  1. ตั้งเป้าหมายและระยะเวลา เช่น เงินที่ต้องใช้ใน 1 ปี เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงต่ำ ส่วนเงินเกษียณที่อีก 20 ปีค่อยใช้ รับความผันผวนได้มากกว่า
  2. ทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test) ซึ่งผู้ขายต้องให้ทำก่อนเปิดบัญชี เพื่อดูว่าเรารับความเสี่ยงได้ระดับไหน
  3. อ่าน Fund Fact Sheet ดูนโยบายการลงทุน ระดับความเสี่ยง ผลการดำเนินงานย้อนหลังเทียบกับดัชนีชี้วัด และค่าธรรมเนียม
  4. เปิดบัญชีกองทุน ผ่านแอปของธนาคาร บลจ. หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต และตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ ก.ล.ต. ได้
  5. เริ่มด้วยเงินจำนวนน้อยและลงทุนสม่ำเสมอ เช่น ลงทุนเท่า ๆ กันทุกเดือน หรือที่เรียกว่า DCA (Dollar-Cost Averaging) เพื่อลดความกังวลเรื่องจังหวะเวลา
  6. ทบทวนพอร์ตปีละครั้งหรือสองครั้ง ไม่จำเป็นต้องซื้อขายตามข่าวรายวัน

สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษคือการเลือกกองทุนจากผลตอบแทนที่สูงที่สุดในปีที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว เพราะผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนรวม

กองทุนรวมขาดทุนได้ไหม

ขาดทุนได้ กองทุนรวมไม่ใช่เงินฝากและไม่มีการคุ้มครองเงินต้น มูลค่าขึ้นลงตามราคาสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน

ต้องมีเงินเท่าไรถึงเริ่มลงทุนในกองทุนรวมได้

ขึ้นกับแต่ละกองทุนและช่องทางที่ซื้อ หลายกองกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไม่สูง ดูได้จาก Fund Fact Sheet หรือแอปของผู้ขาย

กองทุนรวมกับเงินฝากต่างกันอย่างไร

เงินฝากได้ดอกเบี้ยตามที่ตกลงและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ส่วนกองทุนรวมมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแต่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน

ควรเลือกกองทุนจากอะไรเป็นอันดับแรก

ดูให้ตรงกับเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะใช้เงิน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ก่อน แล้วจึงเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและผลการดำเนินงานเทียบกับดัชนีชี้วัด

บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเงิน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจ หรือปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง: ก.ล.ต. – ค่าธรรมเนียมกองทุนรวม · ธนาคารกรุงศรีอยุธยา – กองทุนรวมคืออะไร · InnovestX – คู่มือลงทุนกองทุนรวม

ภาพหน้าปกโดย Adam Śmigielski จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *