ฟ้าผ่าเกิดจากประจุไฟฟ้าที่สะสมแยกกันอยู่ในเมฆฝนฟ้าคะนอง เมื่อความต่างของประจุสูงจนอากาศกั้นไว้ไม่ไหว ไฟฟ้าจะกระโดดข้ามเป็นประกายขนาดยักษ์ระหว่างเมฆกับพื้นดิน วิธีป้องกันตัวที่ได้ผลที่สุดคือเข้าไปอยู่ในอาคารที่มิดชิดหรือรถยนต์หลังคาแข็งทันทีที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง และรออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนออกมา
ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร
ฟ้าผ่าคือการปล่อยประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในบรรยากาศ เกิดในเมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus) หรือเมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งมีกระแสอากาศไหลขึ้นลงแรง ทำให้อนุภาคน้ำแข็งชนกันและแยกประจุบวกกับลบออกจากกัน
ตามคำอธิบายของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) กระบวนการเกิดฟ้าผ่าเป็นลำดับดังนี้
- อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองที่สูงถึงระดับที่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง
- ผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กกับเม็ดน้ำแข็งที่หนักกว่าชนกันในกลางเมฆ ผลึกเล็กที่เบามีประจุบวกและถูกพาขึ้นสู่ยอดเมฆ ส่วนอนุภาคที่หนักกว่ามีประจุลบและอยู่ช่วงกลางถึงฐานเมฆ
- ประจุลบที่ฐานเมฆเหนี่ยวนำให้พื้นดินด้านล่างมีประจุบวกสะสม
- อากาศเป็นฉนวนกั้นประจุทั้งสองไว้ จนความต่างศักย์สูงเกินกว่าอากาศจะต้านได้
- อากาศเกิดการแตกตัว ไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็นช่องทางชั่วขณะ เกิดเป็นแสงวาบที่เราเห็น
ฟ้าแลบหรือฟ้าผ่าส่วนใหญ่เกิดภายในเมฆหรือระหว่างเมฆ (intra-cloud) ส่วนที่ลงมาถึงพื้นเรียกว่าฟ้าผ่าจากเมฆสู่พื้นดิน (cloud-to-ground) ซึ่งเป็นแบบที่เป็นอันตรายต่อคนและทรัพย์สิน
ฟ้าร้องเกิดจากอะไร และใช้บอกระยะฟ้าผ่าได้อย่างไร
ฟ้าร้องคือเสียงของอากาศที่ถูกฟ้าผ่าทำให้ร้อนจัดอย่างฉับพลันจนขยายตัวระเบิดออก NWS ระบุว่าฟ้าผ่าทำให้อากาศร้อนได้ราว 50,000 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 27,700 องศาเซลเซียส) หรือราว 5 เท่าของอุณหภูมิผิวดวงอาทิตย์
เนื่องจากแสงเดินทางเร็วกว่าเสียงมาก เราจึงเห็นแสงก่อนได้ยินเสียง เสียงเดินทางประมาณ 1 กิโลเมตรทุก 3 วินาที ถ้านับวินาทีจากเห็นแสงถึงได้ยินเสียงแล้วหารด้วย 3 จะได้ระยะห่างคร่าว ๆ เป็นกิโลเมตร แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ตัดสินว่าปลอดภัย เพราะฟ้าผ่าลงได้ไกลจากตัวพายุราว 16 กิโลเมตร (10 ไมล์) ซึ่งใกล้เคียงกับระยะที่เรายังได้ยินเสียงฟ้าร้อง ถ้าได้ยินเสียงฟ้าร้องจึงถือว่าอยู่ในระยะที่ฟ้าผ่าถึงได้แล้ว
ถ้าอยู่กลางแจ้งตอนฟ้าคะนอง ควรทำอย่างไร
ไม่มีที่ไหนกลางแจ้งที่ปลอดภัยจากฟ้าผ่าจริง สิ่งที่ควรทำคือรีบเข้าอาคารที่มิดชิด เช่น บ้าน สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือรถยนต์หลังคาแข็งที่ปิดกระจกสนิท หลักจำง่าย ๆ คือ “ได้ยินฟ้าร้อง ให้เข้าในอาคาร”
ที่หลบที่ดูเหมือนกันฝนได้ เช่น ศาลาโล่ง เต็นท์ ป้ายรถเมล์แบบเปิด หรือใต้ต้นไม้ ไม่ได้กันฟ้าผ่า ยานพาหนะแบบเปิด เช่น รถจักรยานยนต์และรถกอล์ฟ ก็ไม่ปลอดภัย
ถ้าติดอยู่กลางแจ้งและไม่มีที่หลบจริง ๆ ให้ลดความเสี่ยงตามแนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ดังนี้
- ลงจากเนินเขา สันเขา หรือยอดเขา และห้ามนอนราบกับพื้น
- ไม่หลบใต้ต้นไม้ที่ยืนต้นโดดเดี่ยว หรือใกล้เสาไฟฟ้า
- ออกห่างจากแหล่งน้ำ เช่น สระว่ายน้ำ แม่น้ำ ทะเล และขึ้นจากเรือโดยเร็ว
- อยู่ห่างจากรั้วลวดหนาม สายไฟ และโครงโลหะ
- ไม่ถือสิ่งของยาวที่เป็นโลหะ เช่น ร่ม ไม้กอล์ฟ หรือคันเบ็ด
- ถ้าอยู่เป็นกลุ่ม ให้กระจายตัวห่างกัน เพื่อไม่ให้ฟ้าผ่าครั้งเดียวทำให้บาดเจ็บหลายคน
อยู่ในบ้านตอนฟ้าผ่าต้องระวังอะไรบ้าง
ในอาคารปลอดภัยกว่ากลางแจ้งมาก แต่กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่ายังเดินทางผ่านสายไฟ ท่อน้ำโลหะ และโครงเหล็กในอาคารได้ จึงควรเลี่ยงการสัมผัสสิ่งเหล่านี้ระหว่างพายุ
| ควรหลีกเลี่ยง | เหตุผล |
|---|---|
| อาบน้ำ ล้างจาน หรือสัมผัสน้ำประปา | กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านระบบท่อได้ |
| ใช้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กอยู่ หรือโทรศัพท์บ้านแบบมีสาย | กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสายไฟและสายโทรศัพท์ได้ |
| ยืนใกล้หน้าต่าง ประตู หรือออกไปที่ระเบียง | ใกล้จุดที่สัมผัสภายนอกอาคาร |
| นอนบนพื้นหรือพิงผนังคอนกรีต | อาจมีเหล็กเสริมหรือสายไฟอยู่ภายใน |
โทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์ไร้สายใช้ได้ตามปกติเมื่ออยู่ในอาคาร การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า
ถ้ามีคนถูกฟ้าผ่า ควรช่วยอย่างไร
ผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย สามารถสัมผัสและช่วยเหลือได้ทันที สิ่งสำคัญคือโทรเรียกรถพยาบาลและช่วยการหายใจหรือทำ CPR ถ้าจำเป็น เพราะฟ้าผ่าอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น
- ตรวจดูว่าตัวเองปลอดภัย ถ้าพายุยังไม่สงบ ให้พาผู้บาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัยกว่าเท่าที่ทำได้
- โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บและสถานที่
- ตรวจการหายใจและชีพจร
- ถ้าไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร ให้เริ่มทำ CPR และใช้เครื่อง AED หากมี จนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง
- ถ้ายังหายใจได้ ให้ตรวจหาแผลไหม้หรือการบาดเจ็บอื่น และดูแลเบื้องต้นระหว่างรอความช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟ้าผ่า
ฟ้าผ่าซ้ำที่เดิมได้ไหม
ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่สูงและโดดเด่น เช่น ตึกสูงและเสาส่งสัญญาณ ซึ่งมักถูกฟ้าผ่าหลายครั้งในแต่ละปี
ใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งแล้วจะล่อฟ้าผ่าไหม
โทรศัพท์มือถือไม่ได้ดึงดูดฟ้าผ่า สิ่งที่ทำให้เสี่ยงคือการอยู่กลางแจ้งระหว่างพายุ ไม่ว่าจะถือโทรศัพท์หรือไม่
อยู่ในรถยนต์ปลอดภัยเพราะยางรถใช่ไหม
ไม่ใช่ รถยนต์หลังคาแข็งปลอดภัยเพราะโครงโลหะช่วยนำกระแสไฟฟ้าไปรอบตัวผู้โดยสารลงสู่พื้น ไม่ใช่เพราะยางเป็นฉนวน ควรปิดกระจกและไม่แตะส่วนที่เป็นโลหะ
ต้องรอนานแค่ไหนหลังพายุผ่านไปถึงจะออกนอกอาคารได้
ควรรออย่างน้อย 30 นาทีหลังได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย เพราะช่วงท้ายของพายุยังเกิดฟ้าผ่าได้
แหล่งอ้างอิง: NOAA National Weather Service: Understanding Lightning · NOAA National Weather Service: Lightning Safety · CDC: Lightning Safety
ภาพหน้าปกโดย NOAA จาก Unsplash

