Posted in

ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร และป้องกันตัวจากฟ้าผ่าอย่างไร

ฟ้าผ่าจากเมฆฝนฟ้าคะนองลงสู่เสาสูงในเวลากลางคืน แสดงให้เห็นว่าฟ้าผ่าเกิดจากการปล่อยประจุไฟฟ้า
ภาพโดย NOAA จาก Unsplash

ฟ้าผ่าเกิดจากประจุไฟฟ้าที่สะสมแยกกันอยู่ในเมฆฝนฟ้าคะนอง เมื่อความต่างของประจุสูงจนอากาศกั้นไว้ไม่ไหว ไฟฟ้าจะกระโดดข้ามเป็นประกายขนาดยักษ์ระหว่างเมฆกับพื้นดิน วิธีป้องกันตัวที่ได้ผลที่สุดคือเข้าไปอยู่ในอาคารที่มิดชิดหรือรถยนต์หลังคาแข็งทันทีที่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง และรออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนออกมา

ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร

ฟ้าผ่าคือการปล่อยประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในบรรยากาศ เกิดในเมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus) หรือเมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งมีกระแสอากาศไหลขึ้นลงแรง ทำให้อนุภาคน้ำแข็งชนกันและแยกประจุบวกกับลบออกจากกัน

ตามคำอธิบายของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) กระบวนการเกิดฟ้าผ่าเป็นลำดับดังนี้

  1. อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองที่สูงถึงระดับที่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง
  2. ผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กกับเม็ดน้ำแข็งที่หนักกว่าชนกันในกลางเมฆ ผลึกเล็กที่เบามีประจุบวกและถูกพาขึ้นสู่ยอดเมฆ ส่วนอนุภาคที่หนักกว่ามีประจุลบและอยู่ช่วงกลางถึงฐานเมฆ
  3. ประจุลบที่ฐานเมฆเหนี่ยวนำให้พื้นดินด้านล่างมีประจุบวกสะสม
  4. อากาศเป็นฉนวนกั้นประจุทั้งสองไว้ จนความต่างศักย์สูงเกินกว่าอากาศจะต้านได้
  5. อากาศเกิดการแตกตัว ไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็นช่องทางชั่วขณะ เกิดเป็นแสงวาบที่เราเห็น

ฟ้าแลบหรือฟ้าผ่าส่วนใหญ่เกิดภายในเมฆหรือระหว่างเมฆ (intra-cloud) ส่วนที่ลงมาถึงพื้นเรียกว่าฟ้าผ่าจากเมฆสู่พื้นดิน (cloud-to-ground) ซึ่งเป็นแบบที่เป็นอันตรายต่อคนและทรัพย์สิน

ฟ้าร้องเกิดจากอะไร และใช้บอกระยะฟ้าผ่าได้อย่างไร

ฟ้าร้องคือเสียงของอากาศที่ถูกฟ้าผ่าทำให้ร้อนจัดอย่างฉับพลันจนขยายตัวระเบิดออก NWS ระบุว่าฟ้าผ่าทำให้อากาศร้อนได้ราว 50,000 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 27,700 องศาเซลเซียส) หรือราว 5 เท่าของอุณหภูมิผิวดวงอาทิตย์

เนื่องจากแสงเดินทางเร็วกว่าเสียงมาก เราจึงเห็นแสงก่อนได้ยินเสียง เสียงเดินทางประมาณ 1 กิโลเมตรทุก 3 วินาที ถ้านับวินาทีจากเห็นแสงถึงได้ยินเสียงแล้วหารด้วย 3 จะได้ระยะห่างคร่าว ๆ เป็นกิโลเมตร แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ตัดสินว่าปลอดภัย เพราะฟ้าผ่าลงได้ไกลจากตัวพายุราว 16 กิโลเมตร (10 ไมล์) ซึ่งใกล้เคียงกับระยะที่เรายังได้ยินเสียงฟ้าร้อง ถ้าได้ยินเสียงฟ้าร้องจึงถือว่าอยู่ในระยะที่ฟ้าผ่าถึงได้แล้ว

ถ้าอยู่กลางแจ้งตอนฟ้าคะนอง ควรทำอย่างไร

ไม่มีที่ไหนกลางแจ้งที่ปลอดภัยจากฟ้าผ่าจริง สิ่งที่ควรทำคือรีบเข้าอาคารที่มิดชิด เช่น บ้าน สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือรถยนต์หลังคาแข็งที่ปิดกระจกสนิท หลักจำง่าย ๆ คือ “ได้ยินฟ้าร้อง ให้เข้าในอาคาร”

ที่หลบที่ดูเหมือนกันฝนได้ เช่น ศาลาโล่ง เต็นท์ ป้ายรถเมล์แบบเปิด หรือใต้ต้นไม้ ไม่ได้กันฟ้าผ่า ยานพาหนะแบบเปิด เช่น รถจักรยานยนต์และรถกอล์ฟ ก็ไม่ปลอดภัย

ถ้าติดอยู่กลางแจ้งและไม่มีที่หลบจริง ๆ ให้ลดความเสี่ยงตามแนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ดังนี้

  • ลงจากเนินเขา สันเขา หรือยอดเขา และห้ามนอนราบกับพื้น
  • ไม่หลบใต้ต้นไม้ที่ยืนต้นโดดเดี่ยว หรือใกล้เสาไฟฟ้า
  • ออกห่างจากแหล่งน้ำ เช่น สระว่ายน้ำ แม่น้ำ ทะเล และขึ้นจากเรือโดยเร็ว
  • อยู่ห่างจากรั้วลวดหนาม สายไฟ และโครงโลหะ
  • ไม่ถือสิ่งของยาวที่เป็นโลหะ เช่น ร่ม ไม้กอล์ฟ หรือคันเบ็ด
  • ถ้าอยู่เป็นกลุ่ม ให้กระจายตัวห่างกัน เพื่อไม่ให้ฟ้าผ่าครั้งเดียวทำให้บาดเจ็บหลายคน

อยู่ในบ้านตอนฟ้าผ่าต้องระวังอะไรบ้าง

ในอาคารปลอดภัยกว่ากลางแจ้งมาก แต่กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่ายังเดินทางผ่านสายไฟ ท่อน้ำโลหะ และโครงเหล็กในอาคารได้ จึงควรเลี่ยงการสัมผัสสิ่งเหล่านี้ระหว่างพายุ

ควรหลีกเลี่ยงเหตุผล
อาบน้ำ ล้างจาน หรือสัมผัสน้ำประปากระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านระบบท่อได้
ใช้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กอยู่ หรือโทรศัพท์บ้านแบบมีสายกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสายไฟและสายโทรศัพท์ได้
ยืนใกล้หน้าต่าง ประตู หรือออกไปที่ระเบียงใกล้จุดที่สัมผัสภายนอกอาคาร
นอนบนพื้นหรือพิงผนังคอนกรีตอาจมีเหล็กเสริมหรือสายไฟอยู่ภายใน

โทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์ไร้สายใช้ได้ตามปกติเมื่ออยู่ในอาคาร การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า

ถ้ามีคนถูกฟ้าผ่า ควรช่วยอย่างไร

ผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย สามารถสัมผัสและช่วยเหลือได้ทันที สิ่งสำคัญคือโทรเรียกรถพยาบาลและช่วยการหายใจหรือทำ CPR ถ้าจำเป็น เพราะฟ้าผ่าอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น

  1. ตรวจดูว่าตัวเองปลอดภัย ถ้าพายุยังไม่สงบ ให้พาผู้บาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัยกว่าเท่าที่ทำได้
  2. โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บและสถานที่
  3. ตรวจการหายใจและชีพจร
  4. ถ้าไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร ให้เริ่มทำ CPR และใช้เครื่อง AED หากมี จนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง
  5. ถ้ายังหายใจได้ ให้ตรวจหาแผลไหม้หรือการบาดเจ็บอื่น และดูแลเบื้องต้นระหว่างรอความช่วยเหลือ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟ้าผ่า

ฟ้าผ่าซ้ำที่เดิมได้ไหม

ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่สูงและโดดเด่น เช่น ตึกสูงและเสาส่งสัญญาณ ซึ่งมักถูกฟ้าผ่าหลายครั้งในแต่ละปี

ใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งแล้วจะล่อฟ้าผ่าไหม

โทรศัพท์มือถือไม่ได้ดึงดูดฟ้าผ่า สิ่งที่ทำให้เสี่ยงคือการอยู่กลางแจ้งระหว่างพายุ ไม่ว่าจะถือโทรศัพท์หรือไม่

อยู่ในรถยนต์ปลอดภัยเพราะยางรถใช่ไหม

ไม่ใช่ รถยนต์หลังคาแข็งปลอดภัยเพราะโครงโลหะช่วยนำกระแสไฟฟ้าไปรอบตัวผู้โดยสารลงสู่พื้น ไม่ใช่เพราะยางเป็นฉนวน ควรปิดกระจกและไม่แตะส่วนที่เป็นโลหะ

ต้องรอนานแค่ไหนหลังพายุผ่านไปถึงจะออกนอกอาคารได้

ควรรออย่างน้อย 30 นาทีหลังได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย เพราะช่วงท้ายของพายุยังเกิดฟ้าผ่าได้

แหล่งอ้างอิง: NOAA National Weather Service: Understanding Lightning · NOAA National Weather Service: Lightning Safety · CDC: Lightning Safety

ภาพหน้าปกโดย NOAA จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *