เครดิตบูโรคือฐานข้อมูลกลางที่เก็บประวัติการกู้ยืมและการชำระหนี้ของบุคคลและนิติบุคคล ซึ่งสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกส่งข้อมูลเข้ามาทุกเดือน ในประเทศไทยผู้ให้บริการคือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau หรือ NCB) เจ้าของข้อมูลตรวจเครดิตบูโรของตัวเองได้หลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชันธนาคาร แอปทางรัฐ ที่ทำการไปรษณีย์ และศูนย์ตรวจเครดิตบูโร
เครดิตบูโรคืออะไร ทำหน้าที่อะไร?
เครดิตบูโรทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลสินเชื่อ ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อเอง เมื่อเรายื่นขอกู้ ธนาคารจะขอดูข้อมูลจากเครดิตบูโร (โดยได้รับความยินยอมจากเรา) เพื่อประกอบการพิจารณาว่าเราเคยผ่อนชำระตรงเวลาหรือไม่ และมีภาระหนี้อยู่เท่าไร
การดำเนินงานของเครดิตบูโรอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 และมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแล ข้อมูลจึงเปิดเผยได้เฉพาะกับเจ้าของข้อมูล และกับสมาชิกที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น
เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไรของเราบ้าง?
เครดิตบูโรเก็บข้อมูลสองกลุ่มหลัก คือข้อมูลที่ระบุตัวตน และข้อมูลบัญชีสินเชื่อแต่ละบัญชี โดยไม่เก็บข้อมูลอย่างเงินฝาก เงินเดือน หรือเบอร์โทรศัพท์
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ข้อมูลระบุตัวตน | ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ที่ให้ไว้กับสถาบันการเงิน |
| ข้อมูลบัญชีสินเชื่อ | ประเภทสินเชื่อ ชื่อผู้ให้กู้ วงเงินอนุมัติ ยอดหนี้คงค้าง |
| สถานะบัญชี | ปกติ ปิดบัญชี ปรับโครงสร้างหนี้ ค้างชำระ |
| ประวัติการชำระ | ชำระตรงเวลา ชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระ ย้อนหลังเป็นรายเดือน |
| วันที่สำคัญ | วันเปิดบัญชี วันชำระครั้งล่าสุด วันปิดบัญชี |
สินเชื่อที่ถูกรายงานมีหลายแบบ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน เช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อธุรกิจ ตามกฎหมาย ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบไม่เกิน 3 ปี และอัปเดตเป็นรายเดือน ประวัติล่าสุดจึงมีผลต่อการพิจารณามากที่สุด
ติดเครดิตบูโรหรือติดแบล็กลิสต์มีจริงไหม?
ไม่มีจริง เครดิตบูโรไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ขึ้น “บัญชีดำ” (Blacklist) ให้ลูกหนี้คนใด สิ่งที่เครดิตบูโรทำคือบันทึกประวัติตามข้อเท็จจริงที่สมาชิกส่งมา ทั้งประวัติที่ดีและไม่ดี
คำว่า “ติดบูโร” ที่ได้ยินกันบ่อย จริง ๆ หมายถึงการมีประวัติค้างชำระหรือผิดนัดชำระอยู่ในรายงาน ซึ่งทำให้สถาบันการเงินอาจไม่อนุมัติสินเชื่อหรือเสนอเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นของผู้ให้กู้ ซึ่งยังพิจารณาปัจจัยอื่นอย่างรายได้ อาชีพ อายุ ความสามารถในการผ่อน และหลักประกันประกอบด้วย
ตรวจเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง?
เจ้าของข้อมูลตรวจเครดิตบูโรของตัวเองได้ทั้งแบบออนไลน์และที่จุดบริการ บางช่องทางให้ดูข้อมูลสรุปได้ฟรี ส่วนรายงานฉบับเต็มบางช่องทางมีค่าบริการ ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนทำรายการ
| ช่องทาง | รูปแบบรายงาน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| แอปทางรัฐ (บริการเครดิตบูโร) | ข้อมูลสรุป | ทันที |
| แอปโมบายแบงก์กิ้งที่ร่วมบริการ | รายงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Credit Report) ส่งทางอีเมล | ทันทีถึงภายใน 24 ชั่วโมง ขึ้นกับแอป |
| ตู้ตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง (Kiosk) | รายงานทางอีเมล | ทันที |
| ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร | รายงานฉบับพิมพ์ | ประมาณ 15 นาที |
| เคาน์เตอร์ธนาคารที่ร่วมบริการหรือที่ทำการไปรษณีย์ | รายงานส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน | ภายใน 7 วันทำการ |
รายชื่อธนาคาร แอป และที่ตั้งศูนย์บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูข้อมูลปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ ncb.co.th
ตรวจเครดิตบูโรผ่านแอปธนาคารทำอย่างไร?
การตรวจผ่านแอปธนาคารเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะยืนยันตัวตนผ่านแอปได้เลยโดยไม่ต้องเดินทาง ขั้นตอนโดยทั่วไปคล้ายกันทุกธนาคาร ดังนี้
- เปิดแอปโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารที่ร่วมบริการ แล้วเข้าสู่ระบบ
- ค้นหาเมนูบริการอื่น ๆ หรือเมนูชื่อ “เครดิตบูโร” / “ตรวจข้อมูลเครดิต”
- เลือกรายการที่ต้องการ เช่น รายงานข้อมูลเครดิต หรือคะแนนเครดิต (Credit Scoring)
- อ่านเงื่อนไข ยืนยันตัวตนตามที่แอปกำหนด และชำระค่าบริการ (ถ้ามี)
- รอรับรายงานทางอีเมล ไฟล์มักเป็น PDF ที่ล็อกรหัสผ่านไว้ ตามรูปแบบที่ระบุในอีเมล
การตรวจเครดิตบูโรของตัวเองไม่ทำให้ประวัติเสียหรือมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ จะตรวจกี่ครั้งก็ได้
ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ตรวจเครดิตบูโรฟรีได้ไหม?
ได้ ถ้าสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อเพราะข้อมูลในเครดิตบูโร เราขอตรวจข้อมูลได้ฟรีที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ภายใน 30 วันนับจากวันที่ในหนังสือแจ้งปฏิเสธ โดยนำหนังสือแจ้งปฏิเสธและบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย
สิทธินี้ช่วยให้เรารู้ว่าข้อมูลบัญชีใดเป็นสาเหตุ และตรวจได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่
ข้อมูลเครดิตบูโรผิด ต้องแก้ไขอย่างไร?
ถ้าพบข้อมูลไม่ถูกต้อง เช่น บัญชีที่เราไม่เคยเปิด หรือสถานะค้างชำระทั้งที่ชำระครบแล้ว เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ขอตรวจสอบและแก้ไขตามกฎหมาย ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- ติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีนั้นโดยตรงเพื่อแจ้งข้อมูลที่ผิด พร้อมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จหรือหนังสือปิดบัญชี
- ยื่นคำขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลกับเครดิตบูโรควบคู่กันได้
- ถ้าผลการตรวจสอบไม่เป็นที่พอใจ ขอให้บันทึกข้อโต้แย้งไว้ในฐานข้อมูล
- อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผล
ทำอย่างไรให้ประวัติเครดิตดีขึ้น?
ประวัติเครดิตที่ดีมาจากการชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และใช้วงเงินอย่างพอดี เพราะข้อมูลอัปเดตทุกเดือน การปรับพฤติกรรมวันนี้จึงสะท้อนในรายงานได้เรื่อย ๆ
- ตั้งชำระอัตโนมัติหรือแจ้งเตือนก่อนวันครบกำหนด
- ชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนเมื่อทำได้ ไม่ใช่แค่ขั้นต่ำ
- ไม่ใช้วงเงินจนเต็มทุกบัญชี
- ไม่ยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ
- ถ้าเริ่มผ่อนไม่ไหว ให้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนค้างชำระ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตบูโร
ปิดบัญชีแล้ว ประวัติค้างชำระจะหายไปเมื่อไร?
ประวัติจะไม่หายทันทีที่ปิดบัญชี แต่สถานะจะเปลี่ยนเป็นปิดบัญชี และข้อมูลจะถูกเก็บในระบบไม่เกิน 3 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
คนที่ไม่เคยกู้เงินเลย มีข้อมูลในเครดิตบูโรไหม?
ไม่มีข้อมูลบัญชีสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรเก็บเฉพาะข้อมูลที่สมาชิกรายงานเข้ามา ผู้ให้กู้บางรายอาจพิจารณาจากเอกสารรายได้และข้อมูลอื่นแทน
คนอื่นขอดูเครดิตบูโรของเราได้ไหม?
ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเรา สถาบันการเงินสมาชิกขอดูได้เมื่อเรายินยอมเพื่อพิจารณาสินเชื่อเท่านั้น
รายงานเครดิตกับคะแนนเครดิตต่างกันอย่างไร?
รายงานเครดิตแสดงรายละเอียดทุกบัญชี ส่วนคะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นตัวเลขสรุปที่ประมวลจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อบอกแนวโน้มความเสี่ยงโดยรวม
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมาย ช่องทางและค่าบริการอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับเครดิตบูโรหรือสถาบันการเงินโดยตรง
แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย – รู้จักเครดิตบูโร · บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) · เดลินิวส์ – ช่องทางตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง
ภาพหน้าปกโดย Kelly Sikkema จาก Unsplash

