Posted in

เครดิตบูโรคืออะไร? ตรวจเครดิตบูโรด้วยตัวเองได้อย่างไร

มือถือเอกสารการเงินข้างเครื่องคิดเลขและปากกา สื่อถึงการตรวจเครดิตบูโรก่อนขอสินเชื่อ
ภาพโดย Kelly Sikkema จาก Unsplash

เครดิตบูโรคือฐานข้อมูลกลางที่เก็บประวัติการกู้ยืมและการชำระหนี้ของบุคคลและนิติบุคคล ซึ่งสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกส่งข้อมูลเข้ามาทุกเดือน ในประเทศไทยผู้ให้บริการคือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau หรือ NCB) เจ้าของข้อมูลตรวจเครดิตบูโรของตัวเองได้หลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชันธนาคาร แอปทางรัฐ ที่ทำการไปรษณีย์ และศูนย์ตรวจเครดิตบูโร

เครดิตบูโรคืออะไร ทำหน้าที่อะไร?

เครดิตบูโรทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลสินเชื่อ ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อเอง เมื่อเรายื่นขอกู้ ธนาคารจะขอดูข้อมูลจากเครดิตบูโร (โดยได้รับความยินยอมจากเรา) เพื่อประกอบการพิจารณาว่าเราเคยผ่อนชำระตรงเวลาหรือไม่ และมีภาระหนี้อยู่เท่าไร

การดำเนินงานของเครดิตบูโรอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 และมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแล ข้อมูลจึงเปิดเผยได้เฉพาะกับเจ้าของข้อมูล และกับสมาชิกที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไรของเราบ้าง?

เครดิตบูโรเก็บข้อมูลสองกลุ่มหลัก คือข้อมูลที่ระบุตัวตน และข้อมูลบัญชีสินเชื่อแต่ละบัญชี โดยไม่เก็บข้อมูลอย่างเงินฝาก เงินเดือน หรือเบอร์โทรศัพท์

ประเภทข้อมูลตัวอย่าง
ข้อมูลระบุตัวตนชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ที่ให้ไว้กับสถาบันการเงิน
ข้อมูลบัญชีสินเชื่อประเภทสินเชื่อ ชื่อผู้ให้กู้ วงเงินอนุมัติ ยอดหนี้คงค้าง
สถานะบัญชีปกติ ปิดบัญชี ปรับโครงสร้างหนี้ ค้างชำระ
ประวัติการชำระชำระตรงเวลา ชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระ ย้อนหลังเป็นรายเดือน
วันที่สำคัญวันเปิดบัญชี วันชำระครั้งล่าสุด วันปิดบัญชี

สินเชื่อที่ถูกรายงานมีหลายแบบ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน เช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อธุรกิจ ตามกฎหมาย ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบไม่เกิน 3 ปี และอัปเดตเป็นรายเดือน ประวัติล่าสุดจึงมีผลต่อการพิจารณามากที่สุด

ติดเครดิตบูโรหรือติดแบล็กลิสต์มีจริงไหม?

ไม่มีจริง เครดิตบูโรไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ขึ้น “บัญชีดำ” (Blacklist) ให้ลูกหนี้คนใด สิ่งที่เครดิตบูโรทำคือบันทึกประวัติตามข้อเท็จจริงที่สมาชิกส่งมา ทั้งประวัติที่ดีและไม่ดี

คำว่า “ติดบูโร” ที่ได้ยินกันบ่อย จริง ๆ หมายถึงการมีประวัติค้างชำระหรือผิดนัดชำระอยู่ในรายงาน ซึ่งทำให้สถาบันการเงินอาจไม่อนุมัติสินเชื่อหรือเสนอเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นของผู้ให้กู้ ซึ่งยังพิจารณาปัจจัยอื่นอย่างรายได้ อาชีพ อายุ ความสามารถในการผ่อน และหลักประกันประกอบด้วย

ตรวจเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง?

เจ้าของข้อมูลตรวจเครดิตบูโรของตัวเองได้ทั้งแบบออนไลน์และที่จุดบริการ บางช่องทางให้ดูข้อมูลสรุปได้ฟรี ส่วนรายงานฉบับเต็มบางช่องทางมีค่าบริการ ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนทำรายการ

ช่องทางรูปแบบรายงานระยะเวลาโดยประมาณ
แอปทางรัฐ (บริการเครดิตบูโร)ข้อมูลสรุปทันที
แอปโมบายแบงก์กิ้งที่ร่วมบริการรายงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Credit Report) ส่งทางอีเมลทันทีถึงภายใน 24 ชั่วโมง ขึ้นกับแอป
ตู้ตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง (Kiosk)รายงานทางอีเมลทันที
ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรรายงานฉบับพิมพ์ประมาณ 15 นาที
เคาน์เตอร์ธนาคารที่ร่วมบริการหรือที่ทำการไปรษณีย์รายงานส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 7 วันทำการ

รายชื่อธนาคาร แอป และที่ตั้งศูนย์บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูข้อมูลปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ ncb.co.th

ตรวจเครดิตบูโรผ่านแอปธนาคารทำอย่างไร?

การตรวจผ่านแอปธนาคารเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะยืนยันตัวตนผ่านแอปได้เลยโดยไม่ต้องเดินทาง ขั้นตอนโดยทั่วไปคล้ายกันทุกธนาคาร ดังนี้

  1. เปิดแอปโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารที่ร่วมบริการ แล้วเข้าสู่ระบบ
  2. ค้นหาเมนูบริการอื่น ๆ หรือเมนูชื่อ “เครดิตบูโร” / “ตรวจข้อมูลเครดิต”
  3. เลือกรายการที่ต้องการ เช่น รายงานข้อมูลเครดิต หรือคะแนนเครดิต (Credit Scoring)
  4. อ่านเงื่อนไข ยืนยันตัวตนตามที่แอปกำหนด และชำระค่าบริการ (ถ้ามี)
  5. รอรับรายงานทางอีเมล ไฟล์มักเป็น PDF ที่ล็อกรหัสผ่านไว้ ตามรูปแบบที่ระบุในอีเมล

การตรวจเครดิตบูโรของตัวเองไม่ทำให้ประวัติเสียหรือมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ จะตรวจกี่ครั้งก็ได้

ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ตรวจเครดิตบูโรฟรีได้ไหม?

ได้ ถ้าสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อเพราะข้อมูลในเครดิตบูโร เราขอตรวจข้อมูลได้ฟรีที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ภายใน 30 วันนับจากวันที่ในหนังสือแจ้งปฏิเสธ โดยนำหนังสือแจ้งปฏิเสธและบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย

สิทธินี้ช่วยให้เรารู้ว่าข้อมูลบัญชีใดเป็นสาเหตุ และตรวจได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่

ข้อมูลเครดิตบูโรผิด ต้องแก้ไขอย่างไร?

ถ้าพบข้อมูลไม่ถูกต้อง เช่น บัญชีที่เราไม่เคยเปิด หรือสถานะค้างชำระทั้งที่ชำระครบแล้ว เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ขอตรวจสอบและแก้ไขตามกฎหมาย ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. ติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีนั้นโดยตรงเพื่อแจ้งข้อมูลที่ผิด พร้อมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จหรือหนังสือปิดบัญชี
  2. ยื่นคำขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลกับเครดิตบูโรควบคู่กันได้
  3. ถ้าผลการตรวจสอบไม่เป็นที่พอใจ ขอให้บันทึกข้อโต้แย้งไว้ในฐานข้อมูล
  4. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผล

ทำอย่างไรให้ประวัติเครดิตดีขึ้น?

ประวัติเครดิตที่ดีมาจากการชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และใช้วงเงินอย่างพอดี เพราะข้อมูลอัปเดตทุกเดือน การปรับพฤติกรรมวันนี้จึงสะท้อนในรายงานได้เรื่อย ๆ

  • ตั้งชำระอัตโนมัติหรือแจ้งเตือนก่อนวันครบกำหนด
  • ชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนเมื่อทำได้ ไม่ใช่แค่ขั้นต่ำ
  • ไม่ใช้วงเงินจนเต็มทุกบัญชี
  • ไม่ยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ
  • ถ้าเริ่มผ่อนไม่ไหว ให้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนค้างชำระ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตบูโร

ปิดบัญชีแล้ว ประวัติค้างชำระจะหายไปเมื่อไร?

ประวัติจะไม่หายทันทีที่ปิดบัญชี แต่สถานะจะเปลี่ยนเป็นปิดบัญชี และข้อมูลจะถูกเก็บในระบบไม่เกิน 3 ปีตามที่กฎหมายกำหนด

คนที่ไม่เคยกู้เงินเลย มีข้อมูลในเครดิตบูโรไหม?

ไม่มีข้อมูลบัญชีสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรเก็บเฉพาะข้อมูลที่สมาชิกรายงานเข้ามา ผู้ให้กู้บางรายอาจพิจารณาจากเอกสารรายได้และข้อมูลอื่นแทน

คนอื่นขอดูเครดิตบูโรของเราได้ไหม?

ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเรา สถาบันการเงินสมาชิกขอดูได้เมื่อเรายินยอมเพื่อพิจารณาสินเชื่อเท่านั้น

รายงานเครดิตกับคะแนนเครดิตต่างกันอย่างไร?

รายงานเครดิตแสดงรายละเอียดทุกบัญชี ส่วนคะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นตัวเลขสรุปที่ประมวลจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อบอกแนวโน้มความเสี่ยงโดยรวม


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมาย ช่องทางและค่าบริการอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับเครดิตบูโรหรือสถาบันการเงินโดยตรง

แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย – รู้จักเครดิตบูโร · บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) · เดลินิวส์ – ช่องทางตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง

ภาพหน้าปกโดย Kelly Sikkema จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *