Posted in

ความดันโลหิตปกติคือเท่าไหร่? ตารางค่าความดันและวิธีวัดที่ถูกต้อง

เจ้าหน้าที่วัดความดันโลหิตด้วยเครื่องวัดแบบพันต้นแขนเพื่อตรวจว่าความดันโลหิตปกติหรือไม่
ภาพโดย Mufid Majnun จาก Unsplash

ความดันโลหิตปกติของผู้ใหญ่คือต่ำกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท) และระดับที่ดีที่สุดคือต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ตามเกณฑ์ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ถ้าวัดที่สถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปซ้ำหลายครั้ง ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง บทความนี้อธิบายวิธีอ่านค่าความดัน ตารางแบ่งระดับ และวิธีวัดเองที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

ตัวเลขความดันโลหิตสองตัวหมายถึงอะไร?

ค่าความดันโลหิตมีสองตัวเสมอ ตัวบนคือแรงดันขณะหัวใจบีบตัว ส่วนตัวล่างคือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ทั้งสองตัวมีความสำคัญ และถ้าตัวใดตัวหนึ่งสูงก็ถือว่าความดันสูงได้

  • ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure หรือ SBP) คือแรงดันในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดออกไป
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure หรือ DBP) คือแรงดันในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจคลายตัวและรับเลือดกลับเข้ามา
  • หน่วยที่ใช้คือ มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท หรือ mmHg) และเขียนเป็น ตัวบน/ตัวล่าง เช่น 118/76 มม.ปรอท

ความดันโลหิตไม่ได้คงที่ตลอดวัน มันขึ้นลงตามกิจกรรม อารมณ์ การนอน และช่วงเวลา การวัดเพียงครั้งเดียวจึงยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตแต่ละระดับแบ่งอย่างไร?

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยแบ่งระดับความดันโลหิตของผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ที่วัดในสถานพยาบาลออกเป็น 6 ระดับ ถ้าตัวบนและตัวล่างตกคนละระดับ ให้ยึดระดับที่สูงกว่า

ระดับตัวบน (มม.ปรอท)ตัวล่าง (มม.ปรอท)
เหมาะสม (Optimal)ต่ำกว่า 120และต่ำกว่า 80
ปกติ (Normal)120–129และ/หรือ80–84
สูงกว่าปกติ (High normal)130–139และ/หรือ85–89
ความดันโลหิตสูงระดับ 1140–159และ/หรือ90–99
ความดันโลหิตสูงระดับ 2160–179และ/หรือ100–109
ความดันโลหิตสูงระดับ 3ตั้งแต่ 180และ/หรือตั้งแต่ 110

ระดับ “สูงกว่าปกติ” ยังไม่ใช่โรค แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าควรปรับพฤติกรรมและวัดความดันติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงในอนาคตมากกว่าคนที่ความดันอยู่ในระดับเหมาะสม

เกณฑ์ของบางประเทศตั้งตัวเลขต่างออกไปเล็กน้อย เช่น สมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association หรือ AHA) เริ่มนับเป็นความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 130/80 มม.ปรอท สำหรับคนไทย การใช้เกณฑ์ของสมาคมในประเทศร่วมกับคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลจะเหมาะที่สุด

ความดันโลหิตปกติแตกต่างตามอายุหรือไม่?

สำหรับผู้ใหญ่ เกณฑ์ความดันปกติใช้ตัวเลขเดียวกันทุกช่วงอายุ ความเชื่อว่า “อายุมากขึ้น ความดันสูงขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ” ไม่ถูกต้องนัก แม้ความดันตัวบนมักสูงขึ้นตามวัยเพราะหลอดเลือดแข็งตัว แต่ค่าที่สูงก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเหมือนเดิม

ข้อยกเว้นคือเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งใช้เกณฑ์ตามเพศ อายุ และส่วนสูงที่ต่างจากผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นความดันสูงอยู่แล้ว แพทย์อาจตั้งเป้าหมายการรักษาเฉพาะรายตามโรคประจำตัวและความเปราะบางของร่างกาย

วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้ได้ค่าที่แม่นยำ?

การวัดความดันที่บ้าน (Home Blood Pressure Monitoring หรือ HBPM) ช่วยให้เห็นค่าจริงในชีวิตประจำวันได้ดีกว่าการวัดครั้งเดียวที่โรงพยาบาล หัวใจสำคัญคือวัดในท่าที่ถูกต้อง เวลาเดิม และจดบันทึกทุกค่า แนวทางเวชปฏิบัติของไทยแนะนำขั้นตอนดังนี้

  1. ใช้เครื่องวัดแบบพันต้นแขนที่ผ่านการรับรองความแม่นยำ และเลือกผ้าพันแขนให้พอดีกับขนาดรอบแขน
  2. งดสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ และออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
  3. นั่งพักบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง 3–5 นาที วางเท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
  4. วางแขนบนโต๊ะให้ผ้าพันแขนอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ไม่กำมือ และไม่พูดคุยระหว่างวัด
  5. วัดตอนเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน (ก่อนกินยาและอาหารเช้า) และตอนเย็นก่อนนอน ช่วงละ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที
  6. บันทึกทุกค่าต่อเนื่อง 7 วัน แล้วนำไปให้แพทย์ดูค่าเฉลี่ย

ค่าที่วัดเองที่บ้านมักต่ำกว่าค่าที่วัดในโรงพยาบาลเล็กน้อย เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปจึงถือว่าความดันที่บ้านเฉลี่ยตั้งแต่ประมาณ 135/85 มม.ปรอทขึ้นไปเป็นค่าที่สูง ควรปรึกษาแพทย์

ความดันสูงแค่ไหนต้องไปพบแพทย์?

ถ้าค่าความดันเฉลี่ยอยู่ที่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปจากการวัดหลายครั้ง ควรนัดพบแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย แต่ถ้าวัดได้ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอทขึ้นไป ร่วมกับมีอาการผิดปกติ ต้องไปโรงพยาบาลทันที

อาการที่ควรรีบไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 (สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน) ได้แก่

  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย
  • ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อน
  • แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
  • สับสน ซึม หรือชัก

โรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการเตือนใด ๆ จึงได้ชื่อว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ” ผู้ใหญ่ทุกคนจึงควรวัดความดันอย่างน้อยปีละครั้ง แม้จะรู้สึกสบายดี

ความดันต่ำกว่าปกติอันตรายไหม?

ความดันที่ค่อนข้างต่ำโดยไม่มีอาการมักไม่อันตราย และในหลายคนเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องระวังคือความดันต่ำที่มาพร้อมอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือเป็นลม โดยเฉพาะตอนลุกยืนเร็ว ๆ

ภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension) พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ คนที่ขาดน้ำ หรือคนที่กินยาบางชนิด ถ้ามีอาการบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ทำอย่างไรให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ?

การปรับพฤติกรรมช่วยลดความดันได้จริง และเป็นพื้นฐานของการดูแลทั้งในคนที่ความดันปกติและคนที่เป็นโรคแล้ว แนวทางที่มีหลักฐานรองรับ ได้แก่

  • ลดเค็ม จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ระวังน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส และอาหารแปรรูป
  • กินผักผลไม้มากขึ้น และเลือกธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกาย แบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนัก และรอบเอว
  • ลดหรือเลิกแอลกอฮอล์ และเลิกสูบบุหรี่
  • นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการความเครียด

ถ้าแพทย์สั่งยาลดความดันแล้ว ควรกินต่อเนื่องและไม่หยุดยาเอง แม้ค่าความดันจะกลับมาปกติ เพราะค่าที่ปกตินั้นมักเกิดจากยาที่กินอยู่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันโลหิตปกติ

ความดัน 130/85 ถือว่าสูงไหม?

ตามเกณฑ์ไทย 130/85 มม.ปรอทอยู่ในระดับ “สูงกว่าปกติ” ยังไม่ใช่โรค แต่ควรลดเค็ม ออกกำลังกาย และวัดติดตามสม่ำเสมอ

ตัวบนสูงแต่ตัวล่างปกติ เป็นความดันสูงไหม?

ใช่ ถ้าตัวบนตั้งแต่ 140 มม.ปรอทขึ้นไปแต่ตัวล่างต่ำกว่า 90 เรียกว่าความดันโลหิตสูงชนิดตัวบนอย่างเดียว (Isolated Systolic Hypertension) พบบ่อยในผู้สูงอายุและควรได้รับการดูแลเช่นกัน

ทำไมวัดที่โรงพยาบาลสูงกว่าที่บ้าน?

บางคนตื่นเต้นเมื่อพบแพทย์จนความดันสูงขึ้นชั่วคราว เรียกว่าภาวะความดันสูงเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล (White Coat Hypertension) การวัดที่บ้านต่อเนื่องช่วยแยกภาวะนี้ได้

ควรวัดแขนซ้ายหรือขวา?

ครั้งแรกควรวัดทั้งสองแขน ถ้าแขนไหนได้ค่าสูงกว่าชัดเจน ให้ใช้แขนนั้นวัดในครั้งต่อ ๆ ไป


บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากค่าความดันผิดปกติหรือมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์

แหล่งอ้างอิง: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล – ระดับความดันโลหิต · สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย – แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 · WHO – Hypertension

ภาพหน้าปกโดย Mufid Majnun จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *