ความดันโลหิตปกติของผู้ใหญ่คือต่ำกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท) และระดับที่ดีที่สุดคือต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ตามเกณฑ์ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ถ้าวัดที่สถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปซ้ำหลายครั้ง ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง บทความนี้อธิบายวิธีอ่านค่าความดัน ตารางแบ่งระดับ และวิธีวัดเองที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้
ตัวเลขความดันโลหิตสองตัวหมายถึงอะไร?
ค่าความดันโลหิตมีสองตัวเสมอ ตัวบนคือแรงดันขณะหัวใจบีบตัว ส่วนตัวล่างคือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ทั้งสองตัวมีความสำคัญ และถ้าตัวใดตัวหนึ่งสูงก็ถือว่าความดันสูงได้
- ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure หรือ SBP) คือแรงดันในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดออกไป
- ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure หรือ DBP) คือแรงดันในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจคลายตัวและรับเลือดกลับเข้ามา
- หน่วยที่ใช้คือ มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท หรือ mmHg) และเขียนเป็น ตัวบน/ตัวล่าง เช่น 118/76 มม.ปรอท
ความดันโลหิตไม่ได้คงที่ตลอดวัน มันขึ้นลงตามกิจกรรม อารมณ์ การนอน และช่วงเวลา การวัดเพียงครั้งเดียวจึงยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นโรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตแต่ละระดับแบ่งอย่างไร?
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยแบ่งระดับความดันโลหิตของผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ที่วัดในสถานพยาบาลออกเป็น 6 ระดับ ถ้าตัวบนและตัวล่างตกคนละระดับ ให้ยึดระดับที่สูงกว่า
| ระดับ | ตัวบน (มม.ปรอท) | ตัวล่าง (มม.ปรอท) | |
|---|---|---|---|
| เหมาะสม (Optimal) | ต่ำกว่า 120 | และ | ต่ำกว่า 80 |
| ปกติ (Normal) | 120–129 | และ/หรือ | 80–84 |
| สูงกว่าปกติ (High normal) | 130–139 | และ/หรือ | 85–89 |
| ความดันโลหิตสูงระดับ 1 | 140–159 | และ/หรือ | 90–99 |
| ความดันโลหิตสูงระดับ 2 | 160–179 | และ/หรือ | 100–109 |
| ความดันโลหิตสูงระดับ 3 | ตั้งแต่ 180 | และ/หรือ | ตั้งแต่ 110 |
ระดับ “สูงกว่าปกติ” ยังไม่ใช่โรค แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าควรปรับพฤติกรรมและวัดความดันติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงในอนาคตมากกว่าคนที่ความดันอยู่ในระดับเหมาะสม
เกณฑ์ของบางประเทศตั้งตัวเลขต่างออกไปเล็กน้อย เช่น สมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association หรือ AHA) เริ่มนับเป็นความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 130/80 มม.ปรอท สำหรับคนไทย การใช้เกณฑ์ของสมาคมในประเทศร่วมกับคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลจะเหมาะที่สุด
ความดันโลหิตปกติแตกต่างตามอายุหรือไม่?
สำหรับผู้ใหญ่ เกณฑ์ความดันปกติใช้ตัวเลขเดียวกันทุกช่วงอายุ ความเชื่อว่า “อายุมากขึ้น ความดันสูงขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ” ไม่ถูกต้องนัก แม้ความดันตัวบนมักสูงขึ้นตามวัยเพราะหลอดเลือดแข็งตัว แต่ค่าที่สูงก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเหมือนเดิม
ข้อยกเว้นคือเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งใช้เกณฑ์ตามเพศ อายุ และส่วนสูงที่ต่างจากผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นความดันสูงอยู่แล้ว แพทย์อาจตั้งเป้าหมายการรักษาเฉพาะรายตามโรคประจำตัวและความเปราะบางของร่างกาย
วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้ได้ค่าที่แม่นยำ?
การวัดความดันที่บ้าน (Home Blood Pressure Monitoring หรือ HBPM) ช่วยให้เห็นค่าจริงในชีวิตประจำวันได้ดีกว่าการวัดครั้งเดียวที่โรงพยาบาล หัวใจสำคัญคือวัดในท่าที่ถูกต้อง เวลาเดิม และจดบันทึกทุกค่า แนวทางเวชปฏิบัติของไทยแนะนำขั้นตอนดังนี้
- ใช้เครื่องวัดแบบพันต้นแขนที่ผ่านการรับรองความแม่นยำ และเลือกผ้าพันแขนให้พอดีกับขนาดรอบแขน
- งดสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ และออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
- นั่งพักบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง 3–5 นาที วางเท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
- วางแขนบนโต๊ะให้ผ้าพันแขนอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ไม่กำมือ และไม่พูดคุยระหว่างวัด
- วัดตอนเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน (ก่อนกินยาและอาหารเช้า) และตอนเย็นก่อนนอน ช่วงละ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที
- บันทึกทุกค่าต่อเนื่อง 7 วัน แล้วนำไปให้แพทย์ดูค่าเฉลี่ย
ค่าที่วัดเองที่บ้านมักต่ำกว่าค่าที่วัดในโรงพยาบาลเล็กน้อย เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปจึงถือว่าความดันที่บ้านเฉลี่ยตั้งแต่ประมาณ 135/85 มม.ปรอทขึ้นไปเป็นค่าที่สูง ควรปรึกษาแพทย์
ความดันสูงแค่ไหนต้องไปพบแพทย์?
ถ้าค่าความดันเฉลี่ยอยู่ที่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปจากการวัดหลายครั้ง ควรนัดพบแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย แต่ถ้าวัดได้ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอทขึ้นไป ร่วมกับมีอาการผิดปกติ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
อาการที่ควรรีบไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 (สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน) ได้แก่
- เจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย
- ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อน
- แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- สับสน ซึม หรือชัก
โรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการเตือนใด ๆ จึงได้ชื่อว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ” ผู้ใหญ่ทุกคนจึงควรวัดความดันอย่างน้อยปีละครั้ง แม้จะรู้สึกสบายดี
ความดันต่ำกว่าปกติอันตรายไหม?
ความดันที่ค่อนข้างต่ำโดยไม่มีอาการมักไม่อันตราย และในหลายคนเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องระวังคือความดันต่ำที่มาพร้อมอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือเป็นลม โดยเฉพาะตอนลุกยืนเร็ว ๆ
ภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension) พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ คนที่ขาดน้ำ หรือคนที่กินยาบางชนิด ถ้ามีอาการบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
ทำอย่างไรให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ?
การปรับพฤติกรรมช่วยลดความดันได้จริง และเป็นพื้นฐานของการดูแลทั้งในคนที่ความดันปกติและคนที่เป็นโรคแล้ว แนวทางที่มีหลักฐานรองรับ ได้แก่
- ลดเค็ม จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ระวังน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส และอาหารแปรรูป
- กินผักผลไม้มากขึ้น และเลือกธัญพืชไม่ขัดสี
- ออกกำลังกาย แบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- ควบคุมน้ำหนัก และรอบเอว
- ลดหรือเลิกแอลกอฮอล์ และเลิกสูบบุหรี่
- นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
ถ้าแพทย์สั่งยาลดความดันแล้ว ควรกินต่อเนื่องและไม่หยุดยาเอง แม้ค่าความดันจะกลับมาปกติ เพราะค่าที่ปกตินั้นมักเกิดจากยาที่กินอยู่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันโลหิตปกติ
ความดัน 130/85 ถือว่าสูงไหม?
ตามเกณฑ์ไทย 130/85 มม.ปรอทอยู่ในระดับ “สูงกว่าปกติ” ยังไม่ใช่โรค แต่ควรลดเค็ม ออกกำลังกาย และวัดติดตามสม่ำเสมอ
ตัวบนสูงแต่ตัวล่างปกติ เป็นความดันสูงไหม?
ใช่ ถ้าตัวบนตั้งแต่ 140 มม.ปรอทขึ้นไปแต่ตัวล่างต่ำกว่า 90 เรียกว่าความดันโลหิตสูงชนิดตัวบนอย่างเดียว (Isolated Systolic Hypertension) พบบ่อยในผู้สูงอายุและควรได้รับการดูแลเช่นกัน
ทำไมวัดที่โรงพยาบาลสูงกว่าที่บ้าน?
บางคนตื่นเต้นเมื่อพบแพทย์จนความดันสูงขึ้นชั่วคราว เรียกว่าภาวะความดันสูงเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล (White Coat Hypertension) การวัดที่บ้านต่อเนื่องช่วยแยกภาวะนี้ได้
ควรวัดแขนซ้ายหรือขวา?
ครั้งแรกควรวัดทั้งสองแขน ถ้าแขนไหนได้ค่าสูงกว่าชัดเจน ให้ใช้แขนนั้นวัดในครั้งต่อ ๆ ไป
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากค่าความดันผิดปกติหรือมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์
แหล่งอ้างอิง: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล – ระดับความดันโลหิต · สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย – แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 · WHO – Hypertension
ภาพหน้าปกโดย Mufid Majnun จาก Unsplash

