จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำช่วยให้ไม่ผิดนัดชำระ แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีถ้าทำเป็นประจำ เพราะทันทีที่จ่ายไม่เต็มจำนวน เราจะเสียสิทธิ์ช่วงปลอดดอกเบี้ย และถูกคิดดอกเบี้ยย้อนหลังตั้งแต่วันที่บันทึกรายการ ในอัตราไม่เกิน 16% ต่อปี ตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดอัตราจ่ายขั้นต่ำไว้ที่ 8% ของยอดค้างชำระไปจนถึงสิ้นปี 2569 วิธีที่ดีที่สุดคือจ่ายเต็มจำนวนทุกรอบ หรืออย่างน้อยจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำมากที่สุดเท่าที่ทำได้
จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำคืออะไร ตอนนี้ต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?
ยอดจ่ายขั้นต่ำ (minimum payment) คือจำนวนเงินน้อยที่สุดที่ต้องจ่ายในแต่ละรอบบิลเพื่อไม่ให้ถูกนับว่าผิดนัดชำระ ธปท. กำหนดให้ยังอยู่ที่ 8% ของยอดค้างชำระเป็นการชั่วคราวไปจนถึงสิ้นปี 2569 ตามประกาศขยายมาตรการเมื่อเดือนธันวาคม 2568
เดิมทีอัตรานี้มีแผนจะปรับขึ้นเป็น 10% แต่ ธปท. ชะลอไว้เพื่อช่วยลูกหนี้ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า หลังสิ้นปี 2569 ธปท. จะพิจารณาอัตราที่เหมาะสมอีกครั้ง จึงควรติดตามประกาศล่าสุดจาก ธปท. หรือผู้ออกบัตรของเรา
- จ่ายตั้งแต่ 8% ขึ้นไป: ตามมาตรการของ ธปท. จะได้เงินคืน (cashback) เท่ากับการลดดอกเบี้ย 0.25% ของยอดคงค้าง ทุก 3 เดือน
- จ่าย 8% ไม่ไหว: ขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ได้ โดยเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อแบบผ่อนเป็นงวด (term loan)
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร?
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตในไทยมีเพดานไม่เกิน 16% ต่อปีตามเกณฑ์ของ ธปท. และคิดเป็นรายวัน ถ้าจ่ายเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนด จะไม่เสียดอกเบี้ยเลย แต่ถ้าจ่ายไม่เต็ม ดอกเบี้ยจะคิดย้อนตั้งแต่วันที่บันทึกรายการ ไม่ใช่เริ่มจากวันครบกำหนดชำระ
สูตรพื้นฐานที่ผู้ออกบัตรใช้คือ
ดอกเบี้ย = ยอดเงิน × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวัน ÷ 365
การคิดดอกเบี้ยเมื่อจ่ายไม่เต็มจำนวนแบ่งเป็น 2 ช่วง
- ช่วงแรก: คิดดอกเบี้ยจากยอดใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่บันทึกรายการจนถึงวันก่อนวันที่เราชำระเงิน
- ช่วงที่สอง: หลังจ่ายขั้นต่ำแล้ว คิดดอกเบี้ยจากยอดที่เหลือ ตั้งแต่วันที่ชำระจนถึงวันสรุปยอดรอบถัดไป
ส่วนการเบิกเงินสดจากบัตรเครดิต โดยทั่วไปจะไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเริ่มนับตั้งแต่วันที่กดเงิน และอาจมีค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดเพิ่มด้วย ควรตรวจสอบเงื่อนไขของบัตรแต่ละใบ
ตัวอย่าง: จ่ายขั้นต่ำแล้วเสียดอกเบี้ยเท่าไหร่?
ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ใช้ดอกเบี้ย 16% ต่อปี ถ้ารูดบัตร 10,000 บาท แล้วจ่ายแค่ขั้นต่ำ 8% จะเสียดอกเบี้ยรอบเดียวประมาณ 218 บาท ขณะที่ถ้าจ่ายเต็มจำนวนจะไม่เสียดอกเบี้ยเลย ตัวเลขจริงขึ้นกับวันสรุปยอดและวิธีคิดของแต่ละธนาคาร
| รายการ (ตัวอย่างสมมติ) | รายละเอียด |
|---|---|
| รูดบัตร | 10,000 บาท วันที่ 1 |
| วันสรุปยอด / วันครบกำหนด | วันที่ 20 / วันที่ 5 ของเดือนถัดไป |
| จ่ายขั้นต่ำ 8% | 800 บาท ในวันครบกำหนด |
| ดอกเบี้ยช่วงแรก (10,000 บาท × 16% × 35 วัน ÷ 365) | ประมาณ 153 บาท |
| ดอกเบี้ยช่วงที่สอง (9,200 บาท × 16% × 16 วัน ÷ 365) | ประมาณ 65 บาท |
| รวมดอกเบี้ยรอบนี้ | ประมาณ 218 บาท |
| ถ้าจ่ายเต็ม 10,000 บาท | ไม่เสียดอกเบี้ย |
เมื่อจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่องหลายเดือน ภาระจะยิ่งสะสม ธปท. เคยยกตัวอย่างว่า หนี้บัตร 30,000 บาท ถ้าจ่ายขั้นต่ำ 8% ทุกเดือน จะใช้เวลาผ่อนราว 5 ปี เสียดอกเบี้ยรวมราว 5,700 บาท แต่ถ้าจ่ายขั้นต่ำแค่ 5% จะใช้เวลาราว 8 ปี และเสียดอกเบี้ยรวมราว 10,200 บาท
จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำดีไหม เมื่อไหร่ควรจ่ายแค่ขั้นต่ำ?
จ่ายขั้นต่ำเหมาะเป็นทางออกชั่วคราวเมื่อเงินขาดมือจริง ๆ เพราะช่วยรักษาประวัติไม่ให้ผิดนัดชำระและไม่เสียค่าปรับ แต่ถ้าทำเป็นนิสัย หนี้จะลดลงช้ามาก เพราะเงินที่จ่ายส่วนหนึ่งถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อน
| วิธีจ่าย | ดอกเบี้ย | ผลต่อหนี้ |
|---|---|---|
| จ่ายเต็มจำนวน | ไม่เสีย | ไม่มีหนี้ค้าง |
| จ่ายมากกว่าขั้นต่ำ | เสียบางส่วน และน้อยลงตามยอดที่เหลือ | หนี้ลดเร็วขึ้น |
| จ่ายแค่ขั้นต่ำ | เสียดอกเบี้ยย้อนหลังเต็มที่ | หนี้ลดช้า ใช้เวลาผ่อนหลายปี |
| จ่ายต่ำกว่าขั้นต่ำหรือไม่จ่าย | เสียดอกเบี้ยและอาจมีค่าทวงถามหนี้ | ผิดนัดชำระ กระทบประวัติเครดิต |
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดคือจ่ายขั้นต่ำแล้วรูดเพิ่มต่อเนื่อง เพราะยอดหนี้แทบไม่ลดลง ขณะที่ดอกเบี้ยยังเดินทุกวัน
ถ้าติดหนี้บัตรเครดิตแล้ว ควรทำอย่างไร?
เริ่มจากหยุดก่อหนี้เพิ่ม แล้ววางแผนจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำทุกเดือน ถ้าเริ่มจ่ายไม่ไหว ควรติดต่อผู้ออกบัตรตั้งแต่ก่อนผิดนัด เพราะตามเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบของ ธปท. ผู้ให้บริการต้องเสนอทางช่วยเหลือ เช่น ปรับเป็นสินเชื่อผ่อนเป็นงวด
- หยุดรูดเพิ่ม: เก็บบัตรไว้ หรือลดวงเงินชั่วคราว
- รวมยอดหนี้ทุกใบ: จดยอดค้าง อัตราดอกเบี้ย และวันครบกำหนดของแต่ละบัตร
- จ่ายมากกว่าขั้นต่ำ: ทุกบาทที่จ่ายเกินขั้นต่ำช่วยลดเงินต้นและดอกเบี้ยในรอบถัดไป
- ตั้งจ่ายอัตโนมัติ: หักบัญชีอย่างน้อยยอดขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้ลืมจ่ายจนเสียค่าปรับ
- ขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็น NPL: ติดต่อผู้ออกบัตรเพื่อเปลี่ยนเป็นสินเชื่อผ่อนเป็นงวด ดอกเบี้ยมักต่ำลงและค่างวดชัดเจนขึ้น
- ถ้าเป็นหนี้เสียแล้ว: ศึกษาโครงการคลินิกแก้หนี้ หรือมาตรการช่วยเหลือที่ ธปท. ประกาศในช่วงนั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ
จ่ายขั้นต่ำทุกเดือนเสียเครดิตบูโรไหม?
ไม่เสีย ถ้าจ่ายครบตามยอดขั้นต่ำและตรงเวลา ระบบจะไม่นับว่าผิดนัดชำระ แต่ยอดหนี้คงค้างที่สูงอาจทำให้ผู้ให้กู้รายอื่นมองว่าเรามีภาระหนี้มากเมื่อยื่นขอสินเชื่อใหม่
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์?
ไม่เกิน 16% ต่อปีตามเกณฑ์ของ ธปท. หรือประมาณ 1.33% ต่อเดือน โดยคิดเป็นรายวันตามจำนวนวันจริง
จ่ายมากกว่าขั้นต่ำแต่ไม่เต็มจำนวน ยังเสียดอกเบี้ยไหม?
ยังเสีย เพราะการจ่ายไม่เต็มจำนวนทำให้เสียสิทธิ์ช่วงปลอดดอกเบี้ยเหมือนกัน แต่ดอกเบี้ยช่วงที่สองจะน้อยลงตามยอดที่เหลือ และหนี้จะหมดเร็วกว่าการจ่ายขั้นต่ำ
หลังสิ้นปี 2569 ยอดจ่ายขั้นต่ำจะเป็นเท่าไหร่?
ธปท. ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์และพิจารณาอัตราที่เหมาะสมต่อไป ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ ธปท. หรือสอบถามผู้ออกบัตรโดยตรง
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล เงื่อนไขดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจริงขึ้นกับผู้ออกบัตรแต่ละราย ควรตรวจสอบกับผู้ออกบัตรก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย – ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิตออกไปจนถึงสิ้นปี 2569, ธนาคารแห่งประเทศไทย – คำถามที่พบบ่อยเรื่องอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต, Thai PBS – ธปท.ต่ออายุมาตรการจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต 8% ถึงสิ้นปี 69, KTC – วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต, ไทยรัฐ – ถอดรหัสดอกเบี้ยบัตรเครดิต 3 เรื่องที่คนไทยเข้าใจผิด
ภาพหน้าปกโดย rupixen จาก Unsplash

