ดอกเบี้ยทบต้น (compound interest) คือการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นรวมกับดอกเบี้ยที่ได้รับสะสมมาก่อนหน้า ไม่ใช่จากเงินต้นอย่างเดียว ผลคือเงินจะโตเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา ยิ่งเริ่มเร็วและปล่อยไว้นาน ผลของการทบต้นยิ่งชัด แต่หลักเดียวกันนี้ก็ทำให้หนี้ที่ค้างชำระพอกพูนเร็วได้เช่นกัน
ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร
ดอกเบี้ยทบต้นคือดอกเบี้ยที่นำไปรวมกับเงินต้นแล้วคิดดอกเบี้ยรอบถัดไปจากยอดใหม่ที่สูงขึ้น ดอกเบี้ยแต่ละรอบจึงมากกว่ารอบก่อนแม้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม คนจึงมักเรียกว่า “ดอกเบี้ยที่ออกดอกออกผล”
ตัวอย่างจากธนาคารแห่งประเทศไทย: ฝากเงิน 10,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี สิ้นปีแรกได้ดอกเบี้ย 500 บาท รวมเป็น 10,500 บาท ถ้าทบดอกเบี้ยเข้าเงินต้น ปีที่สองจะคิดดอกเบี้ยจาก 10,500 บาท ได้ดอกเบี้ย 525 บาท รวมเป็น 11,025 บาท ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25 บาทโดยไม่ต้องฝากเพิ่ม
ดอกเบี้ยทบต้นต่างจากดอกเบี้ยเชิงเดียวอย่างไร
ดอกเบี้ยเชิงเดียว (simple interest) คิดจากเงินต้นก้อนแรกเท่านั้น ดอกเบี้ยแต่ละปีจึงเท่ากันทุกปี ส่วนดอกเบี้ยทบต้นคิดจากเงินต้นบวกดอกเบี้ยสะสม จึงเพิ่มขึ้นทุกปี ช่วงแรกสองแบบต่างกันไม่มาก แต่ยิ่งนานยิ่งห่างกัน
| ระยะเวลา | ดอกเบี้ยเชิงเดียว (บาท) | ดอกเบี้ยทบต้นรายปี (บาท) |
|---|---|---|
| 1 ปี | 105,000 | 105,000 |
| 5 ปี | 125,000 | 127,628 |
| 10 ปี | 150,000 | 162,889 |
| 20 ปี | 200,000 | 265,330 |
| 30 ปี | 250,000 | 432,194 |
ตารางนี้คำนวณจากเงินต้น 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี โดยไม่ฝากเพิ่มและยังไม่หักภาษีหรือค่าธรรมเนียม ใช้เพื่อดูหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน
สูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร
สูตรพื้นฐานคือ เงินรวมปลายงวด = เงินต้น × (1 + r/n)n×t โดย r คืออัตราดอกเบี้ยต่อปีในรูปทศนิยม n คือจำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี และ t คือจำนวนปี สูตรนี้ใช้ได้ทั้งกรณีทบต้นรายปี รายเดือน หรือรายวัน
ลองคำนวณตามขั้นตอนนี้ โดยใช้ตัวอย่างเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ทบต้นปีละครั้ง เป็นเวลา 10 ปี
- แปลงอัตราดอกเบี้ยเป็นทศนิยม: 5% = 0.05
- หาร r ด้วยจำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี: 0.05 ÷ 1 = 0.05 แล้วบวก 1 ได้ 1.05
- ยกกำลังด้วยจำนวนงวดทั้งหมด (n × t = 10): 1.0510 ≈ 1.6289
- คูณกับเงินต้น: 100,000 × 1.6289 ≈ 162,889 บาท
ในทางปฏิบัติสามารถใช้ฟังก์ชัน FV ในโปรแกรมสเปรดชีต หรือเครื่องคิดเลขดอกเบี้ยทบต้นออนไลน์ช่วยคำนวณได้
ทบต้นบ่อยขึ้นได้ดอกเบี้ยมากขึ้นจริงไหม
จริง แต่ส่วนต่างมักไม่มากเท่าที่คิด เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่อปีเท่ากัน การทบต้นถี่ขึ้น เช่น รายเดือนแทนรายปี จะให้ผลรวมสูงขึ้นเล็กน้อย ปัจจัยที่มีผลมากกว่าคืออัตราดอกเบี้ยและระยะเวลา
ตัวอย่าง เงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี ถ้าทบต้นรายปีจะได้ 106,000 บาท ถ้าทบต้นรายเดือนจะได้ประมาณ 106,168 บาท อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปีจึงราว 6.17% เวลาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงิน ควรดูว่าอัตราที่ประกาศคิดดอกเบี้ยและจ่ายดอกเบี้ยถี่แค่ไหน
กฎ 72 ช่วยประมาณเวลาให้เงินโตเป็นสองเท่าได้อย่างไร
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีคิดในใจแบบคร่าว ๆ ว่าเงินจะเพิ่มเป็นสองเท่าในกี่ปี โดยนำ 72 หารด้วยอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนต่อปี (เป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์) ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณที่ใกล้เคียงในช่วงอัตราดอกเบี้ยทั่วไป
| อัตราผลตอบแทนต่อปี | เวลาโดยประมาณให้เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า |
|---|---|
| 2% | ประมาณ 36 ปี |
| 4% | ประมาณ 18 ปี |
| 6% | ประมาณ 12 ปี |
| 8% | ประมาณ 9 ปี |
กฎเดียวกันใช้กับเงินเฟ้อได้ด้วย ถ้าค่าครองชีพเพิ่มปีละ 3% อำนาจซื้อของเงินสดที่เก็บไว้เฉย ๆ จะลดลงครึ่งหนึ่งในราว 24 ปี
ดอกเบี้ยทบต้นส่งผลต่อหนี้อย่างไร
ในฝั่งหนี้ การทบต้นทำงานกลับด้าน ถ้าดอกเบี้ยที่ค้างถูกนำไปรวมเป็นยอดหนี้แล้วคิดดอกเบี้ยต่อ ยอดหนี้จะเพิ่มเร็วขึ้นเรื่อย ๆ การจ่ายเพียงขั้นต่ำของหนี้ดอกเบี้ยสูงจึงทำให้ปลดหนี้ได้ช้ามาก
สำหรับสัญญากู้ยืมเงินทั่วไปในไทย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 ห้ามคิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ยกเว้นดอกเบี้ยค้างส่งไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและคู่สัญญาตกลงกันเป็นหนังสือให้รวมเข้ากับต้นเงิน และไม่ใช้กับกรณีบัญชีเดินสะพัดหรือประเพณีการค้าทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ดี หนี้แต่ละประเภทมีวิธีคิดดอกเบี้ยต่างกัน ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาให้เข้าใจก่อนกู้
จะใช้ดอกเบี้ยทบต้นให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
หลักสำคัญคือเริ่มออมให้เร็ว ออมสม่ำเสมอ และปล่อยให้ผลตอบแทนทำงานต่อโดยไม่ถอนออกมาใช้ระหว่างทาง พร้อมกับลดหนี้ดอกเบี้ยสูงซึ่งเป็นการทบต้นที่ทำร้ายเรา
- เริ่มออมแม้จำนวนน้อย เพราะเวลาคือปัจจัยสำคัญที่สุดของการทบต้น
- เลือกรับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนแบบนำกลับไปลงทุนต่อ แทนการถอนออกมาใช้
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ความถี่ในการทบต้น ภาษี และค่าธรรมเนียมก่อนเลือกบัญชีหรือกองทุน
- ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระ ก่อนเน้นลงทุนเพิ่ม
- จำไว้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่คงที่ ตัวเลขจากสูตรเป็นเพียงการคาดการณ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยทบต้น
บัญชีออมทรัพย์เป็นดอกเบี้ยทบต้นไหม
โดยทั่วไปเมื่อธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเข้าบัญชีแล้วเราไม่ถอนออก ดอกเบี้ยนั้นจะกลายเป็นเงินฝากที่ได้ดอกเบี้ยในงวดถัดไป จึงมีผลแบบทบต้น ส่วนรอบการจ่ายดอกเบี้ยขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
ดอกเบี้ยทบต้นกับผลตอบแทนทบต้นต่างกันไหม
หลักการเหมือนกัน ดอกเบี้ยทบต้นใช้กับเงินฝากหรือตราสารที่ให้ดอกเบี้ย ส่วนผลตอบแทนทบต้นใช้กับการลงทุนที่นำกำไรหรือเงินปันผลกลับไปลงทุนต่อ ซึ่งผลตอบแทนอาจขึ้นลงได้
เริ่มออมช้าไปแล้วยังได้ประโยชน์ไหม
ได้ ทุกปีที่เงินได้ทบต้นยังช่วยให้เงินโตกว่าการไม่ออม การเพิ่มจำนวนเงินออมต่อเดือนช่วยชดเชยระยะเวลาที่สั้นลงได้บางส่วน
กฎ 72 แม่นยำแค่ไหน
เป็นค่าประมาณที่ค่อนข้างใกล้เคียงสำหรับอัตราราว 2–12% ต่อปี ถ้าต้องการตัวเลขแม่นยำควรคำนวณด้วยสูตรเต็ม
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจด้านการเงิน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะบุคคล ก่อนตัดสินใจควรศึกษาเงื่อนไขผลิตภัณฑ์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย: ดอกเบี้ยเงินฝาก · Investor.gov (U.S. SEC): Compound Interest Calculator · สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655
ภาพหน้าปกโดย micheile henderson จาก Unsplash

