Posted in

แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร? สาเหตุ ความเสี่ยงของไทย และวิธีรับมือ

อาคารพังถล่มหลังแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เมืองอิสเกนเดรุน ประเทศตุรกี ตัวอย่างความเสียหายจากแผ่นดินไหว
ภาพโดย Çağlar Oskay จาก Unsplash

แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก เมื่อหินสองฝั่งของรอยเลื่อนถูกแรงดันสะสมจนถึงจุดหนึ่ง แล้วขยับเลื่อนผ่านกันอย่างฉับพลัน พลังงานที่ปล่อยออกมาเดินทางเป็นคลื่นไหวสะเทือนทำให้พื้นดินสั่น นอกจากนี้แผ่นดินไหวยังเกิดได้จากภูเขาไฟและกิจกรรมของมนุษย์ แต่พบน้อยกว่ามาก

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

แผ่นดินไหวเกิดเมื่อหินใต้ดินที่ถูกแรงกดหรือแรงดึงสะสมมานานแตกหักหรือเลื่อนตัวออกจากกันอย่างรวดเร็ว คล้ายไม้บรรทัดที่ถูกงอจนหักแล้วดีดกลับ พลังงานที่สะสมไว้จะถูกปล่อยออกมาในเวลาไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที

ชั้นนอกสุดของโลกที่แข็ง เรียกว่าธรณีภาค (Lithosphere) ไม่ได้เป็นผืนเดียว แต่แบ่งเป็นแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plates) หลายแผ่นที่เคลื่อนที่ช้า ๆ ปีละไม่กี่เซนติเมตร บริเวณที่แผ่นเปลือกโลกหรือก้อนหินเสียดสีกันเรียกว่ารอยเลื่อน (Fault) ซึ่งเป็นจุดที่แรงสะสมและปลดปล่อยออกมาเป็นแผ่นดินไหว

จุดใต้ดินที่หินเริ่มเลื่อนตัวเรียกว่าจุดกำเนิดแผ่นดินไหว (Hypocenter หรือ Focus) ส่วนตำแหน่งบนผิวโลกที่อยู่ตรงขึ้นมาเหนือจุดนั้นเรียกว่าจุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว (Epicenter) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ข่าวมักรายงาน

รอยต่อแผ่นเปลือกโลกแบบไหนทำให้เกิดแผ่นดินไหว?

แผ่นดินไหวส่วนใหญ่ของโลกเกิดตามแนวรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก ซึ่งมีสามแบบหลัก แต่ละแบบให้ลักษณะแผ่นดินไหวต่างกัน

แบบรอยต่อการเคลื่อนที่ลักษณะแผ่นดินไหวตัวอย่างพื้นที่
แนวมุดตัวหรือชนกัน (Convergent)แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนเข้าหากัน แผ่นหนึ่งมุดลงใต้อีกแผ่นรุนแรงที่สุด อาจทำให้เกิดคลื่นสึนามิญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ชิลี
แนวแยกตัว (Divergent)แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนแยกออกจากกันมักตื้นและขนาดไม่ใหญ่มากสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก ไอซ์แลนด์
แนวเลื่อนผ่านกัน (Transform)แผ่นเปลือกโลกเลื่อนสวนกันในแนวราบตื้นและอาจรุนแรงมากบนบกรอยเลื่อนซานแอนเดรียส สหรัฐฯ

บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดคือวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) รอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกและมีภูเขาไฟจำนวนมาก แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดของโลกส่วนมากเกิดในแนวนี้

นอกจากแผ่นเปลือกโลก แผ่นดินไหวเกิดจากอะไรได้อีก?

แผ่นดินไหวยังเกิดได้จากสาเหตุอื่น แม้จะพบน้อยกว่าและส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ได้แก่

  • ภูเขาไฟ การเคลื่อนที่ของหินหนืดใต้ภูเขาไฟทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถี่ ๆ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสัญญาณเฝ้าระวังการปะทุ
  • กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การกักเก็บน้ำปริมาณมากในเขื่อน การทำเหมือง หรือการอัดของเหลวลงใต้ดิน อาจกระตุ้นให้รอยเลื่อนที่มีอยู่ขยับ เรียกว่าแผ่นดินไหวที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ (Induced Earthquake)
  • การยุบตัว เช่น โพรงใต้ดินหรือถ้ำถล่ม ทำให้พื้นสั่นในบริเวณจำกัด

ขนาดแผ่นดินไหวกับความรุนแรงต่างกันอย่างไร?

ขนาด (Magnitude) บอกปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมาจากจุดกำเนิด แผ่นดินไหวหนึ่งครั้งจึงมีขนาดเดียว ส่วนความรุนแรง (Intensity) บอกว่าแต่ละพื้นที่รู้สึกสั่นและเสียหายมากแค่ไหน ซึ่งต่างกันไปตามระยะทาง ความลึก ชนิดดิน และลักษณะอาคาร

มาตราขนาดเป็นแบบลอการิทึม ตามข้อมูลของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (United States Geological Survey หรือ USGS) ขนาดที่เพิ่มขึ้น 1 หน่วยหมายถึงแอมพลิจูดของคลื่นที่วัดได้มากขึ้น 10 เท่า และพลังงานที่ปล่อยออกมามากขึ้นราว 32 เท่า ปัจจุบันนักแผ่นดินไหววิทยานิยมใช้มาตราขนาดโมเมนต์ (Moment Magnitude หรือ Mw) สำหรับแผ่นดินไหวขนาดกลางถึงใหญ่ แทนมาตราริกเตอร์แบบดั้งเดิม

ประเทศไทยเสี่ยงแผ่นดินไหวแค่ไหน?

ประเทศไทยไม่ได้อยู่บนรอยต่อแผ่นเปลือกโลกโดยตรง จึงเสี่ยงน้อยกว่าประเทศอย่างญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย แต่ก็ไม่ได้ปลอดภัยทั้งหมด เพราะมีรอยเลื่อนมีพลังในประเทศ และได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน

  • รอยเลื่อนมีพลังในไทย กรมทรัพยากรธรณีระบุไว้ 16 กลุ่ม ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันตก เช่น กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน แม่ทา เถิน และศรีสวัสดิ์ และบางกลุ่มอยู่ภาคใต้ เช่น รอยเลื่อนระนองและคลองมะรุ่ย
  • แผ่นดินไหวในประเทศ ครั้งที่รู้จักกันดีคือแผ่นดินไหวที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2557 ขนาดประมาณ 6.3 ซึ่งสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนและวัดจำนวนมาก
  • แผ่นดินไหวจากเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แผ่นดินไหวขนาด 7.7 (Mw) จากรอยเลื่อนสะกายในเมียนมา ทำให้รู้สึกสั่นไหวได้ชัดหลายพื้นที่ของไทย รวมถึงอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ซึ่งขยายการสั่นของคลื่นที่มาจากระยะไกลได้ อาคารสูงจึงอาจรู้สึกการโยกได้มากแม้จุดกำเนิดจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร

พยากรณ์แผ่นดินไหวล่วงหน้าได้ไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีใครพยากรณ์แผ่นดินไหวได้ว่าจะเกิดที่ไหน เมื่อไร และขนาดเท่าไรอย่างแม่นยำ USGS ระบุว่ายังไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์คนใดพยากรณ์แผ่นดินไหวใหญ่ได้สำเร็จ ข้อความหรือคลิปที่อ้างว่ารู้วันเกิดแผ่นดินไหวจึงไม่ควรเชื่อ

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้คือประเมินโอกาสเกิดในระยะยาวของแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้กำหนดมาตรฐานการออกแบบอาคาร และบางประเทศมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Earthquake Early Warning) ซึ่งตรวจจับคลื่นแรกแล้วแจ้งเตือนได้ไม่กี่วินาทีก่อนคลื่นที่รุนแรงจะมาถึง

เกิดแผ่นดินไหวควรทำอย่างไร?

หลักสำคัญขณะเกิดแผ่นดินไหวคือ หมอบ ป้อง เกาะ (Drop, Cover, Hold On) และอยู่ห่างจากสิ่งที่อาจล้มหรือหล่นใส่

  1. หมอบลงกับพื้นทันที เพื่อไม่ให้ล้มขณะพื้นสั่น
  2. ป้องศีรษะและคอ โดยมุดใต้โต๊ะที่แข็งแรง ถ้าไม่มีให้ใช้แขนป้องไว้และอยู่ห่างจากกระจก
  3. เกาะขาโต๊ะไว้จนกว่าการสั่นจะหยุด
  4. ห้ามใช้ลิฟต์ เมื่อการสั่นหยุดแล้วจึงค่อยออกจากอาคารทางบันไดอย่างระมัดระวัง
  5. ถ้าอยู่ริมทะเลแล้วรู้สึกแผ่นดินไหวรุนแรง หรือเห็นน้ำทะเลลดลงผิดปกติ ให้รีบขึ้นที่สูงทันทีเพราะอาจเกิดสึนามิ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาเหตุของแผ่นดินไหว

อาฟเตอร์ช็อกคืออะไร?

อาฟเตอร์ช็อก (Aftershock) คือแผ่นดินไหวตามที่เกิดหลังแผ่นดินไหวหลัก เพราะหินบริเวณรอยเลื่อนยังปรับตัว อาจเกิดต่อเนื่องได้หลายวันถึงหลายเดือน

สภาพอากาศร้อนหรือฝนตกทำให้เกิดแผ่นดินไหวไหม?

ไม่ใช่ แผ่นดินไหวเกิดลึกใต้ดินหลายกิโลเมตร และเกิดได้ทุกสภาพอากาศ ทุกฤดูกาล

แผ่นดินไหวตื้นกับลึกต่างกันอย่างไร?

แผ่นดินไหวที่จุดกำเนิดตื้นมักสร้างความเสียหายบนผิวดินมากกว่า เพราะพลังงานเดินทางระยะสั้นก่อนถึงพื้นผิว

ติดตามข้อมูลแผ่นดินไหวในไทยได้จากที่ไหน?

ติดตามได้จากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งรายงานเหตุแผ่นดินไหวที่ตรวจวัดได้ทั้งในและรอบประเทศไทย


แหล่งอ้างอิง: USGS – The Science of Earthquakes · USGS – Can you predict earthquakes? · อินโฟเควสท์ – 16 รอยเลื่อนมีพลังในไทย (ข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี) · กรมอุตุนิยมวิทยา – กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว

ภาพหน้าปกโดย Çağlar Oskay จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *