การทำ CPR ให้ถูกวิธีสำหรับคนทั่วไปคือ โทร 1669 แล้วกดหน้าอกแรงและเร็วทันที วางส้นมือกลางหน้าอก กดลึก 5–6 เซนติเมตร ในจังหวะ 100–120 ครั้งต่อนาที และกดต่อเนื่องจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ถ้ามีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ให้ใช้ทันทีที่หาได้ การลงมือเร็วในไม่กี่นาทีแรกช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มาก
CPR คืออะไร และต้องทำเมื่อไร?
CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) หรือการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน คือการกดหน้าอกร่วมกับการช่วยหายใจ เพื่อให้เลือดที่มีออกซิเจนยังไหลไปเลี้ยงสมองและหัวใจในขณะที่หัวใจหยุดเต้น ต้องทำเมื่อพบผู้ที่หมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติแบบเฮือก ๆ
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Cardiac Arrest) ต่างจากหัวใจวาย (Heart Attack) หัวใจวายคือหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ผู้ป่วยมักยังรู้สึกตัวและหายใจได้ ส่วนหัวใจหยุดเต้นคือหัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ผู้ป่วยจะหมดสติในไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องทำ CPR
ขั้นตอนการทำ CPR ผู้ใหญ่มีอะไรบ้าง?
ขั้นตอนการทำ CPR สำหรับผู้ใหญ่ที่คนทั่วไปควรจำได้มีดังนี้ ทุกขั้นต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีการกดหน้าอก โอกาสรอดชีวิตจะลดลง
- ตรวจความปลอดภัย ดูว่าบริเวณนั้นปลอดภัยสำหรับเราและผู้ป่วย เช่น ไม่มีรถวิ่ง ไฟฟ้ารั่ว หรือไฟไหม้
- ปลุกเรียก ตบไหล่ทั้งสองข้างแรง ๆ แล้วเรียกเสียงดัง ถ้าไม่ตอบสนองให้ถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน
- ขอความช่วยเหลือ โทร 1669 (สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน) และให้คนรอบข้างไปหาเครื่อง AED ถ้าอยู่คนเดียว ให้เปิดลำโพงโทรศัพท์ไว้เพื่อรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
- ดูการหายใจ ใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ถ้าไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ๆ ไม่สม่ำเสมอ ให้เริ่มกดหน้าอกทันที
- กดหน้าอก วางผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็ง วางส้นมือกลางหน้าอก กดลึก 5–6 เซนติเมตร เร็ว 100–120 ครั้งต่อนาที
- ใช้ AED ทันทีที่มาถึง เปิดเครื่องแล้วทำตามเสียงแนะนำ
- กดต่อเนื่อง จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง ผู้ป่วยเริ่มขยับหรือหายใจเป็นปกติ หรือเราหมดแรงจนทำต่อไม่ได้
กดหน้าอกอย่างไรให้ถูกต้อง?
การกดหน้าอกที่มีคุณภาพเป็นหัวใจของ CPR ต้องกดตรงตำแหน่ง ลึกพอ เร็วพอ และปล่อยให้หน้าอกคืนตัวทุกครั้ง แนวทางของสมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association หรือ AHA) ซึ่งใช้อ้างอิงในหลักสูตรทั่วโลก สรุปได้ดังนี้
| หัวข้อ | วิธีที่ถูกต้องสำหรับผู้ใหญ่ |
|---|---|
| ตำแหน่งมือ | วางส้นมือข้างหนึ่งกลางหน้าอก บนครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก แล้ววางมืออีกข้างทับ ประสานนิ้วไว้ |
| ท่าทาง | แขนเหยียดตรง ไหล่อยู่เหนือมือ ใช้น้ำหนักตัวกดลงตรง ๆ |
| ความลึก | อย่างน้อย 5 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 6 เซนติเมตร |
| ความเร็ว | 100–120 ครั้งต่อนาที |
| การคืนตัว | ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง ไม่วางน้ำหนักค้างไว้ |
| การหยุด | หยุดกดให้น้อยที่สุด ถ้าจำเป็นต้องหยุด ไม่ควรเกิน 10 วินาที |
เทคนิคจับจังหวะง่าย ๆ คือนึกถึงเพลงที่มีจังหวะประมาณ 100–120 ครั้งต่อนาที แล้วกดตามจังหวะเพลง การกดลึกและแรงขนาดนี้อาจทำให้กระดูกซี่โครงผู้ป่วยหักได้ แต่ไม่ควรกังวลจนไม่กด เพราะการไม่ทำ CPR เลยอันตรายกว่ามาก
ต้องเป่าปากด้วยหรือไม่?
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยฝึกหรือไม่มั่นใจ การกดหน้าอกอย่างเดียว (Hands-Only CPR) ต่อเนื่องก็ช่วยชีวิตได้ ส่วนคนที่ผ่านการฝึกมาแล้วควรกดหน้าอก 30 ครั้งสลับกับช่วยหายใจ 2 ครั้ง (อัตรา 30:2)
การช่วยหายใจทำโดยเปิดทางเดินหายใจด้วยการกดหน้าผากและเชยคางขึ้น บีบจมูกผู้ป่วย แล้วเป่าลมเข้าปากนานประมาณ 1 วินาทีจนเห็นหน้าอกยกขึ้น ถ้ามีหน้ากากช่วยหายใจ (Pocket Mask) ควรใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การช่วยหายใจสำคัญเป็นพิเศษในกรณีจมน้ำ และในเด็ก
ใช้เครื่อง AED อย่างไร?
เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือ AED) ออกแบบให้คนทั่วไปใช้ได้ เพราะเครื่องจะพูดบอกทุกขั้นตอนและวิเคราะห์เองว่าควรช็อกหรือไม่ ปัจจุบันพบได้ในสถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน
- เปิดเครื่อง แล้วฟังเสียงแนะนำ
- ถอดหรือเปิดเสื้อผู้ป่วยให้เห็นหน้าอก เช็ดให้แห้งถ้าเปียก
- ติดแผ่นนำไฟฟ้าตามรูปบนแผ่น โดยทั่วไปคือใต้ไหปลาร้าขวา และด้านข้างลำตัวใต้ราวนมซ้าย
- ระหว่างเครื่องวิเคราะห์ ห้ามทุกคนแตะตัวผู้ป่วย
- ถ้าเครื่องสั่งให้ช็อก ให้ตรวจว่าไม่มีใครแตะตัวผู้ป่วย แล้วกดปุ่มช็อก
- กลับไปกดหน้าอกต่อทันทีหลังช็อก หรือเมื่อเครื่องแนะนำว่าไม่ต้องช็อก แล้วทำตามเสียงแนะนำต่อไป
ทำ CPR เด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?
หลักการโดยรวมเหมือนกัน คือกดหน้าอกเร็วและต่อเนื่อง แต่ความลึกและวิธีวางมือต่างกันตามขนาดตัว และการช่วยหายใจมีความสำคัญมากขึ้น เพราะภาวะหัวใจหยุดเต้นในเด็กมักเกิดจากปัญหาการหายใจ
- เด็กโต (1 ปีขึ้นไปจนถึงวัยรุ่น) กดลึกประมาณหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก หรือราว 5 เซนติเมตร ใช้มือเดียวหรือสองมือตามขนาดตัวเด็ก
- ทารก (ต่ำกว่า 1 ปี) กดลึกประมาณหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก หรือราว 4 เซนติเมตร ด้วยเทคนิคเฉพาะสำหรับทารก
- อัตราเร็วในการกดยังเป็น 100–120 ครั้งต่อนาทีเหมือนผู้ใหญ่
เนื่องจากรายละเอียดการวางมือในทารกมีการปรับตามแนวทางใหม่ ๆ ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจึงควรเข้าอบรมหลักสูตรกู้ชีพเด็กกับหน่วยงานที่ได้มาตรฐานโดยตรง
เรียน CPR ได้ที่ไหน?
การฝึกกับหุ่นจริงช่วยให้รู้ว่าความลึกและจังหวะที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งการอ่านอย่างเดียวทำไม่ได้ ในประเทศไทยมีหน่วยงานจัดอบรมการกู้ชีพขั้นพื้นฐานหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชน สภากาชาดไทย และหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ การอบรมส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นานและควรทบทวนเป็นระยะ เพราะทักษะลดลงได้ถ้าไม่ได้ใช้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ CPR
กลัวทำผิดแล้วผู้ป่วยแย่ลง ควรทำไหม?
ควรทำ ผู้ที่หัวใจหยุดเต้นจะเสียชีวิตแน่นอนถ้าไม่มีใครช่วย การกดหน้าอกแม้ไม่สมบูรณ์แบบก็ดีกว่าไม่ทำเลย
ต้องคลำชีพจรก่อนเริ่มกดหน้าอกไหม?
คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องคลำชีพจร ถ้าผู้ป่วยไม่ตอบสนองและไม่หายใจหรือหายใจเฮือก ให้เริ่มกดหน้าอกได้ทันที
ทำ CPR นานแค่ไหนถึงหยุดได้?
ทำต่อเนื่องจนกว่าทีมกู้ชีพจะมารับช่วงต่อ ผู้ป่วยเริ่มหายใจเป็นปกติ หรือเราหมดแรง ถ้ามีหลายคน ให้สลับกันกดทุก 2 นาทีเพื่อรักษาคุณภาพการกด
ใช้ AED กับคนที่ไม่ได้หัวใจหยุดเต้นจะอันตรายไหม?
เครื่อง AED วิเคราะห์จังหวะหัวใจก่อนเสมอ และจะสั่งช็อกเฉพาะเมื่อพบจังหวะที่ต้องช็อก จึงปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปที่ทำตามเสียงแนะนำ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช้แทนการอบรมกู้ชีพ ในเหตุฉุกเฉินให้โทร 1669 และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
แหล่งอ้างอิง: American Heart Association – CPR & ECC Guidelines · American Heart Association – CPR · สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
ภาพหน้าปกโดย Martin Splitt จาก Unsplash

