Posted in

ทำ CPR อย่างไรให้ถูกวิธี? ขั้นตอนกู้ชีพที่ทุกคนทำได้

ผู้เข้าอบรมฝึกทำ CPR ด้วยการกดหน้าอกหุ่นจำลองโดยเหยียดแขนตรงตามวิธีที่ถูกต้อง
ภาพโดย Martin Splitt จาก Unsplash

การทำ CPR ให้ถูกวิธีสำหรับคนทั่วไปคือ โทร 1669 แล้วกดหน้าอกแรงและเร็วทันที วางส้นมือกลางหน้าอก กดลึก 5–6 เซนติเมตร ในจังหวะ 100–120 ครั้งต่อนาที และกดต่อเนื่องจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ถ้ามีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ให้ใช้ทันทีที่หาได้ การลงมือเร็วในไม่กี่นาทีแรกช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มาก

CPR คืออะไร และต้องทำเมื่อไร?

CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) หรือการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน คือการกดหน้าอกร่วมกับการช่วยหายใจ เพื่อให้เลือดที่มีออกซิเจนยังไหลไปเลี้ยงสมองและหัวใจในขณะที่หัวใจหยุดเต้น ต้องทำเมื่อพบผู้ที่หมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติแบบเฮือก ๆ

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Cardiac Arrest) ต่างจากหัวใจวาย (Heart Attack) หัวใจวายคือหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ผู้ป่วยมักยังรู้สึกตัวและหายใจได้ ส่วนหัวใจหยุดเต้นคือหัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ผู้ป่วยจะหมดสติในไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องทำ CPR

ขั้นตอนการทำ CPR ผู้ใหญ่มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการทำ CPR สำหรับผู้ใหญ่ที่คนทั่วไปควรจำได้มีดังนี้ ทุกขั้นต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีการกดหน้าอก โอกาสรอดชีวิตจะลดลง

  1. ตรวจความปลอดภัย ดูว่าบริเวณนั้นปลอดภัยสำหรับเราและผู้ป่วย เช่น ไม่มีรถวิ่ง ไฟฟ้ารั่ว หรือไฟไหม้
  2. ปลุกเรียก ตบไหล่ทั้งสองข้างแรง ๆ แล้วเรียกเสียงดัง ถ้าไม่ตอบสนองให้ถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน
  3. ขอความช่วยเหลือ โทร 1669 (สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน) และให้คนรอบข้างไปหาเครื่อง AED ถ้าอยู่คนเดียว ให้เปิดลำโพงโทรศัพท์ไว้เพื่อรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  4. ดูการหายใจ ใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ถ้าไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ๆ ไม่สม่ำเสมอ ให้เริ่มกดหน้าอกทันที
  5. กดหน้าอก วางผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็ง วางส้นมือกลางหน้าอก กดลึก 5–6 เซนติเมตร เร็ว 100–120 ครั้งต่อนาที
  6. ใช้ AED ทันทีที่มาถึง เปิดเครื่องแล้วทำตามเสียงแนะนำ
  7. กดต่อเนื่อง จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง ผู้ป่วยเริ่มขยับหรือหายใจเป็นปกติ หรือเราหมดแรงจนทำต่อไม่ได้

กดหน้าอกอย่างไรให้ถูกต้อง?

การกดหน้าอกที่มีคุณภาพเป็นหัวใจของ CPR ต้องกดตรงตำแหน่ง ลึกพอ เร็วพอ และปล่อยให้หน้าอกคืนตัวทุกครั้ง แนวทางของสมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association หรือ AHA) ซึ่งใช้อ้างอิงในหลักสูตรทั่วโลก สรุปได้ดังนี้

หัวข้อวิธีที่ถูกต้องสำหรับผู้ใหญ่
ตำแหน่งมือวางส้นมือข้างหนึ่งกลางหน้าอก บนครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก แล้ววางมืออีกข้างทับ ประสานนิ้วไว้
ท่าทางแขนเหยียดตรง ไหล่อยู่เหนือมือ ใช้น้ำหนักตัวกดลงตรง ๆ
ความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 6 เซนติเมตร
ความเร็ว100–120 ครั้งต่อนาที
การคืนตัวปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง ไม่วางน้ำหนักค้างไว้
การหยุดหยุดกดให้น้อยที่สุด ถ้าจำเป็นต้องหยุด ไม่ควรเกิน 10 วินาที

เทคนิคจับจังหวะง่าย ๆ คือนึกถึงเพลงที่มีจังหวะประมาณ 100–120 ครั้งต่อนาที แล้วกดตามจังหวะเพลง การกดลึกและแรงขนาดนี้อาจทำให้กระดูกซี่โครงผู้ป่วยหักได้ แต่ไม่ควรกังวลจนไม่กด เพราะการไม่ทำ CPR เลยอันตรายกว่ามาก

ต้องเป่าปากด้วยหรือไม่?

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยฝึกหรือไม่มั่นใจ การกดหน้าอกอย่างเดียว (Hands-Only CPR) ต่อเนื่องก็ช่วยชีวิตได้ ส่วนคนที่ผ่านการฝึกมาแล้วควรกดหน้าอก 30 ครั้งสลับกับช่วยหายใจ 2 ครั้ง (อัตรา 30:2)

การช่วยหายใจทำโดยเปิดทางเดินหายใจด้วยการกดหน้าผากและเชยคางขึ้น บีบจมูกผู้ป่วย แล้วเป่าลมเข้าปากนานประมาณ 1 วินาทีจนเห็นหน้าอกยกขึ้น ถ้ามีหน้ากากช่วยหายใจ (Pocket Mask) ควรใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การช่วยหายใจสำคัญเป็นพิเศษในกรณีจมน้ำ และในเด็ก

ใช้เครื่อง AED อย่างไร?

เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือ AED) ออกแบบให้คนทั่วไปใช้ได้ เพราะเครื่องจะพูดบอกทุกขั้นตอนและวิเคราะห์เองว่าควรช็อกหรือไม่ ปัจจุบันพบได้ในสถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน

  1. เปิดเครื่อง แล้วฟังเสียงแนะนำ
  2. ถอดหรือเปิดเสื้อผู้ป่วยให้เห็นหน้าอก เช็ดให้แห้งถ้าเปียก
  3. ติดแผ่นนำไฟฟ้าตามรูปบนแผ่น โดยทั่วไปคือใต้ไหปลาร้าขวา และด้านข้างลำตัวใต้ราวนมซ้าย
  4. ระหว่างเครื่องวิเคราะห์ ห้ามทุกคนแตะตัวผู้ป่วย
  5. ถ้าเครื่องสั่งให้ช็อก ให้ตรวจว่าไม่มีใครแตะตัวผู้ป่วย แล้วกดปุ่มช็อก
  6. กลับไปกดหน้าอกต่อทันทีหลังช็อก หรือเมื่อเครื่องแนะนำว่าไม่ต้องช็อก แล้วทำตามเสียงแนะนำต่อไป

ทำ CPR เด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?

หลักการโดยรวมเหมือนกัน คือกดหน้าอกเร็วและต่อเนื่อง แต่ความลึกและวิธีวางมือต่างกันตามขนาดตัว และการช่วยหายใจมีความสำคัญมากขึ้น เพราะภาวะหัวใจหยุดเต้นในเด็กมักเกิดจากปัญหาการหายใจ

  • เด็กโต (1 ปีขึ้นไปจนถึงวัยรุ่น) กดลึกประมาณหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก หรือราว 5 เซนติเมตร ใช้มือเดียวหรือสองมือตามขนาดตัวเด็ก
  • ทารก (ต่ำกว่า 1 ปี) กดลึกประมาณหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก หรือราว 4 เซนติเมตร ด้วยเทคนิคเฉพาะสำหรับทารก
  • อัตราเร็วในการกดยังเป็น 100–120 ครั้งต่อนาทีเหมือนผู้ใหญ่

เนื่องจากรายละเอียดการวางมือในทารกมีการปรับตามแนวทางใหม่ ๆ ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจึงควรเข้าอบรมหลักสูตรกู้ชีพเด็กกับหน่วยงานที่ได้มาตรฐานโดยตรง

เรียน CPR ได้ที่ไหน?

การฝึกกับหุ่นจริงช่วยให้รู้ว่าความลึกและจังหวะที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งการอ่านอย่างเดียวทำไม่ได้ ในประเทศไทยมีหน่วยงานจัดอบรมการกู้ชีพขั้นพื้นฐานหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชน สภากาชาดไทย และหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ การอบรมส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นานและควรทบทวนเป็นระยะ เพราะทักษะลดลงได้ถ้าไม่ได้ใช้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ CPR

กลัวทำผิดแล้วผู้ป่วยแย่ลง ควรทำไหม?

ควรทำ ผู้ที่หัวใจหยุดเต้นจะเสียชีวิตแน่นอนถ้าไม่มีใครช่วย การกดหน้าอกแม้ไม่สมบูรณ์แบบก็ดีกว่าไม่ทำเลย

ต้องคลำชีพจรก่อนเริ่มกดหน้าอกไหม?

คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องคลำชีพจร ถ้าผู้ป่วยไม่ตอบสนองและไม่หายใจหรือหายใจเฮือก ให้เริ่มกดหน้าอกได้ทันที

ทำ CPR นานแค่ไหนถึงหยุดได้?

ทำต่อเนื่องจนกว่าทีมกู้ชีพจะมารับช่วงต่อ ผู้ป่วยเริ่มหายใจเป็นปกติ หรือเราหมดแรง ถ้ามีหลายคน ให้สลับกันกดทุก 2 นาทีเพื่อรักษาคุณภาพการกด

ใช้ AED กับคนที่ไม่ได้หัวใจหยุดเต้นจะอันตรายไหม?

เครื่อง AED วิเคราะห์จังหวะหัวใจก่อนเสมอ และจะสั่งช็อกเฉพาะเมื่อพบจังหวะที่ต้องช็อก จึงปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปที่ทำตามเสียงแนะนำ


บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช้แทนการอบรมกู้ชีพ ในเหตุฉุกเฉินให้โทร 1669 และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

แหล่งอ้างอิง: American Heart Association – CPR & ECC Guidelines · American Heart Association – CPR · สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

ภาพหน้าปกโดย Martin Splitt จาก Unsplash

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *